“SSP”เข้าคำนวณดัชนี SETCLMV ลั่นผลงานปี 63 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ ลุยวินด์ฟาร์มเวียดนาม

เศรษฐกิจ22 มิ.ย. 2563 • 04:04 น.
 	“SSP”เข้าคำนวณดัชนี SETCLMV ลั่นผลงานปี 63 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ ลุยวินด์ฟาร์มเวียดนาม
SSP โรงไฟฟ้าไซส์เล็ก ปลื้มถูกถึงเข้าคำนวณดัชนี SETCLMV มั่นใจรายได้-กำไร ปี 63 นิวไฮ อานิสงส์บุ๊ครายได้โซลาร์ฟาร์มเวียดนาม-มองโกเลียเต็มปี แถมยัง COD โรงไฟฟ้ายามากะ เร็วกว่ากำหนด ดันกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือกว่า 135 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าก่อสร้างวินด์ฟาร์มเวียดนาม 48 MW ตามแผน คาด COD ภายในปี 64 หนุนรายได้-กำไร ทุบสถิติใหม่ นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยถึงกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คัดเลือกให้ SSP เป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SETCLMV ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 (1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม)ว่า ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตในมือจำนวน 135 เมกะวัตต์ ส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มเวียดนามขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 49.61 เมกะวัตต์ มีสัญญาขายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 20 ปี ซึ่งมีการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้ว ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ SETCLMV เป็นดัชนีที่รวบรวมบริษัทจดทะเบียนของไทย ที่มีการทำธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งมีแนวโน้มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดดเด่น โดยหลักเกณฑ์การเลือกหุ้นมาจาก มีสัดส่วนรายได้จาก CLMV ต่อรายได้รวมของบริษัทอย่างน้อย 10% มูลค่ารายได้จาก CLMV อย่างน้อย 100 ล้านบาท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท มีสัดส่วนการกระจายหุ้นอย่างน้อย 20% “มั่นใจว่าแนวโน้มรายได้และกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้ของ SSP จะสร้างสถิติสูงสุดใหม่ตามแผน จากการรับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มเวียดนาม และมองโกเลียเต็มปี และล่าสุดโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่นขนาดกำลังการผลิตตามสัญญา 30 เมกะวัตต์ได้มีการขายไฟเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนด” นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาดกำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และกำหนดขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงกลางปี 2564 อีกทั้งยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนอื่นๆ “เรายังคงมองหาลู่ทางการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ๆเข้ามาเติมพอร์ตต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายได้และกำไรที่เติบโตสูงมาตลอด โดยในปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2563 เพื่อไปสู่เป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มเป็น 400 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า”