ความหมายของการเดินทางระดับพรีเมียมในวันนี้ไม่ได้สะท้อนผ่านความหรูหราที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณภาพของเวลาที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง ผ่านการผสานความประณีตแบบญี่ปุ่น ความสะดวกสบายที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้าน และประสบการณ์ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ด้วยแนวคิดดังกล่าว บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดตัว นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากเผยโฉมเป็นครั้งแรกภายในงาน Japan Mobility Show 2025
หัวใจของนิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เริ่มต้นจากแนวคิดที่เรียบง่ายว่า การเดินทางแบบ Grand Touring ที่ดีควรมอบความรู้สึกพิเศษให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยหรือผู้โดยสารในแต่ละตำแหน่ง รถรุ่นใหม่นี้จึงผสานพื้นที่กว้างขวาง และบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ที่น่ารื่นรมย์ พร้อมด้วยระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 ระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ที่ได้รับการพัฒนาเพิ่มมากยิ่งขึ้น และระบบช่วงล่างแบบปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Intelligent Dynamic Suspension ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการเดินทางที่นุ่มนวล เงียบสงบ และมั่นคงยิ่งขึ้น
ความสง่างามแห่งอนาคต ผ่านมุมมองการออกแบบแบบญี่ปุ่น
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Private MAGLEV” นำแรงบันดาลใจจากรถไฟความเร็วสูงแบบแม่เหล็กลอยตัวของญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเคลื่อนที่อันรวดเร็ว ลื่นไหล และไร้รอยต่อ มาตีความผ่านงานออกแบบที่ผสานเส้นสายแห่งความเร็วเข้ากับบุคลิกที่สง่างาม และมั่นคง สะท้อนตัวตนของรถเรือธงสัญชาติญี่ปุ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์
ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน พร้อมสัดส่วนที่เฉียบคม และ ดูมั่นคงจากทุกมุมมอง ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Timeless Japanese Futurism” นำ DNA ของญี่ปุ่นมาถ่ายทอดในรูปแบบร่วมสมัยที่ไม่ยึดติดกับกาลเวลากระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่าง คุมิโกะ (Kumiko) และเชื่อมต่ออย่างกลมกลืนไปยังชุดไฟหน้า รวมถึงไฟท้ายแบบเต็มความกว้าง เสริมด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาที่ตกแต่งด้วยวัสดุเรซินพิเศษ เพื่อสร้างรายละเอียดอันประณีตคล้ายงานหัตถศิลป์ และทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวรถดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้มีบรรยากาศเปรียบเสมือนเลานจ์ส่วนตัว ตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงขึ้นช่วยเปิดทัศนวิสัยด้านหน้าให้กับผู้ขับ ขณะที่แผงประตูตกแต่งด้วยลายควิลท์ซึ่งเชื่อมโยงกับลวดลายคุมิโกะภายนอก
แผงหน้าปัดผสานสวิตช์สัมผัสแบบ Capacitive เข้ากับวัสดุลายไม้ได้อย่างแนบเนียน พร้อมจอแสดงผลแบบรวม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์นิสสันในประเทศญี่ปุ่น ระบบไฟ Ambient Light พาดยาวจากแดชบอร์ดไปจนถึงแผงประตู ช่วยโอบล้อมผู้โดยสารด้วยบรรยากาศที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี เทคโนโลยีที่ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อความราบรื่นยิ่งขึ้นตลอดการเดินทาง นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เทคโนโลยีไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเรียกร้องหรือสร้างความสนใจ แต่ได้รับการพัฒนาให้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติอยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างความนุ่มนวล ความสงบ และความมั่นใจที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ตลอดการเดินทาง
e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 และ e-4ORCE ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ด้วยขุมพลังระบบ e-POWER เจเนอเรชันที่ 3 มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำงานร่วมกับชุดขับเคลื่อน 5-in-1 e-POWER Powertrain ซึ่งรวมองค์ประกอบหลักห้าส่วน ได้แก่ มอเตอร์ (electric motor) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ชุดทดรอบ (reducer) และชุดเพิ่มรอบ (increaser) ไว้ในโมดูลเดียว เทคโนโลยีควบคุมใหม่ช่วยยกระดับทั้งความเงียบ และประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ขณะที่ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% มอบการตอบสนองที่ทรงพลัง และนุ่มนวล สอดรับกับบุคลิกของรถมินิแวนระดับพรีเมียม
แพลตฟอร์มของรถยังได้รับการพัฒนาจากเจเนอเรชันก่อน พร้อมโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรง และการจัดการเสียงรบกวนรอบคันอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารสงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น
นิสสัน เอลแกรนด์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังสามารถปรับบุคลิกให้เข้ากับแต่ละจังหวะของการเดินทางผ่านโหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ ได้แก่ ECO, STANDARD, SPORT, COMFORT, SNOW และ PERSONAL ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวัน การขับขี่ในสถานการณ์ที่หลากหลาย การเดินทางไกลอย่างผ่อนคลาย ไปจนถึงเส้นทางที่ต้องการการตอบสนองหรือความมั่นใจเป็นพิเศษ
นิสสันยังได้พัฒนาระบบควบคุมการขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า e-4ORCE ให้ตอบสนองต่อสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ในการใช้งานประจำวัน ระบบจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของตัวรถขณะออกตัว เร่ง และเบรก เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลในการโดยสาร พร้อมประสานการควบคุมมอเตอร์และเบรกอย่างแม่นยำ โดยเพิ่มการใช้แรงขับจากมอเตอร์ล้อหลังขณะเข้าโค้ง เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ขั้นสูงสุด ผู้ขับยังสามารถดูการกระจายกำลังมอเตอร์และแรงเบรกแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอแสดงผลได้อีกด้วย
ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ เพื่อความนุ่มนวลและมั่นคงในทุกจังหวะ
Intelligent Dynamic Suspension หรือระบบช่วงล่างปรับไฟฟ้าแบบไดนามิกอัจฉริยะ สามารถปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพถนน และรูปแบบการขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยควบคุมแรงหน่วงของล้อแต่ละล้อแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ตัวรถเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นและมั่นคงยิ่งขึ้น ลดการเคลื่อนไหวของตัวถัง และการเสริมเสถียรภาพของรถ และยังช่วยเสริมความนุ่มนวลที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของ e-POWER และ e-4ORCE ทำให้ทั้งผู้ขับ และผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น








