“กพท.”คาดเที่ยวบินระหว่างประเทศเริ่มกลับมาให้บริการเดือน ก.ย.63 กังวลปัจจัยเสี่ยงกระทบให้บริการ

เศรษฐกิจ16 มิ.ย. 2563 • 09:39 น.
“กพท.”คาดเที่ยวบินระหว่างประเทศเริ่มกลับมาให้บริการเดือน ก.ย.63 กังวลปัจจัยเสี่ยงกระทบให้บริการ
กพท.ถกสายการบิน-สนามบิน เตรียมความพร้อมให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศ คาดกลับมาบินเดือน ก.ย.นี้ ระบุแม้ไทยเปิดน่านฟ้ายังมีปัจจัยจำนวนผู้โดยสารและมาตรการของประเทศปลายทางเข้ามากระทบการตัดสินใจของสายการบิน นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการสายการบินของไทยและต่างประเทศ ผู้ประกอบการสนามบิน ผู้แทนจาก สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และผู้แทนจากคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินประเทศไทย (AOC) เพื่อชี้แจงข้อกำหนดและเงื่อนไขการเดินอากาศใหม่ ที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ IATA กำหนดภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้สายการบินและผู้ประกอบการสนามบินได้รับทราบถึงมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน หากรัฐบาล หรือ ศบค.มีการผ่อนปรนให้สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ และ กพท.ประกาศเปิดน่านฟ้าให้ทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศได้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดในการยกเลิกการเว้นที่นั่งภายในเครื่องบิน,การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์กรองอากาศและระบบหมุนเวียนอากาศภายในเครื่องบินให้เหมาะสม,ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทาง,ห้ามเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มในเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง,การจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มจะต้องมีการปิดผนึกแพคเกจอย่างเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดในการกันพื้นที่นั่งแยกไว้รองรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยออกจากผู้โดยสารปกติ โดยสายการบินจะต้องประเมินความเสี่ยงของเส้นทางที่จะไป หากเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง ถือว่าความเสี่ยงต่ำจะกันพื้นที่ไว้หรือไม่ก็ได้ ส่วนการเปิดน่านฟ้าให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจของ ศบค.และรัฐบาล เบื้องต้นมองว่านักธุรกิจมีความเสี่ยงน้อยกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากแต่ละบริษัทจะมีมาตรการคัดกรองและดูแลสุขภาพของผู้ที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศอยู่แล้วและสามารถตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามจากการหารือวันนี้สายการบินต่างๆยังไม่มีการส่งสัญญาณว่าจะเริ่มกลับมาบินเส้นทางระหว่างประเทศ เนื่องจากข้อกำหนดการปิดน่านฟ้าของ กพท.ยังมีผลบังคับใช้ถึง 30 มิถุนายนนี้ โดยส่วนใหญ่ยังต้องการทราบแนวทางและมาตรการในทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากภาครัฐ รวมถึงขั้นตอนที่ผู้โดยสารต้องปฏิบัติหากต้องการเดินทางไปต่างประเทศ และมาตรการของประเทศปลายทาง เพื่อประเมินสถานการณ์และความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะกลับมาเปิดบินอีกครั้งเมื่อไหร่ ซึ่งขณะนี้สายการบินยังไม่สามารถประเมินปริมาณความต้องการของผู้โดยสารได้ และอาจต้องรอดูสถานการณ์จนถึงสิ้นเดือนนี้ เพื่อไม่ให้การกลับมาบินอีกครั้งทำให้ต้องประสบภาวะขาดทุน หรือไม่คุ้มทุน ทั้งนี้จากข้อมูลของ IATA ที่ทำการสำรวจข้อมูลจาก 122 สายการบินทั่วโลก พบว่าการทำการบินแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารบนเครื่องบิน (Load Factor) ไม่น้อยกว่า 77% จึงจะคุ้มทุน หากจำนวนผู้โดยสารต่ำกว่านั้น อาจเสี่ยงกับการขาดทุนได้ โดยคาดการณ์ว่าปีนี้จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศในส่วนของประเทศไทยจะหายไปถึง 70% และเหลือเดินทาง 30% เท่านั้น เกือบทั้งหมดเป็นเส้นทางภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการบินในเส้นทางระหว่างประเทศจะเริ่มกลับมาได้ในช่วงเดือนก.ย.63