ส่งออกรถยนต์ม.ค.โต 24.28% ทั้งปีคาดทะลุล้านคันตามเป้า รถยนต์ไฟฟ้ามาแรงยอดจดทะเบียนพุ่ง 1,022.2%

เศรษฐกิจ21 ก.พ. 2566 • 14:44 น.
ส่งออกรถยนต์ม.ค.โต 24.28% ทั้งปีคาดทะลุล้านคันตามเป้า รถยนต์ไฟฟ้ามาแรงยอดจดทะเบียนพุ่ง 1,022.2%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์เดือนม.ค.66 มีทั้งสิ้น 157,844 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.02% เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 91,532 คันเพิ่มขึ้น 7.43% ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 66,312 คันลดลง 0.35% โดยมียอดขายภายในประเทศ 65,579 คันลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.58% และลดลงจากธ.ค.65คิดเป็น 20.80% เนื่องจากการขาดชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์(ชิป)ในรถยนต์บางรุ่น จึงผลิตรถยนต์บางรุ่นได้น้อยไม่พอส่งมอบให้ลูกค้า ขณะที่การส่งออก 86,786 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.28% แต่ลดลงจากธ.ค.65 คิดเป็น 22.24%

“เราเริ่มกลับมาผลิตรถยนต์ได้เพิ่มขึ้นเพราะเริ่มได้รับชิปดีต่อเนื่องมานับตั้งแต่ส.ค.65 แต่ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะได้รับชิปแบบสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ จึงยากที่จะให้คำตอบถึงการส่งมอบรถกับลูกค้าถึงวันที่แน่นอนได้ เช่นเดียวกับส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากม.ค.65 เพราะได้รับชิปเพิ่มแต่เทียบกับธ.ค.65 ลดลงเพราะส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องของพื้นที่เรือบรรทุกรถยนต์(Ro-Ro)ขาดแคลนตั้งแต่พ.ย.65 ต่อเนื่องอยู่ ดังนั้นยังคงต้องติดตามโดยเฉพาะชิป”

ทั้งนี้แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะถดถอยแต่จากการที่ได้รับชิปเพิ่มขึ้น จีนเปิดประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ส.อ.ท.ยังมั่นใจว่าการผลิตยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ปี 2566 ที่ยอดการผลิตรถยนต์รวมจะอยู่ที่ 1,950,000 คัน เพิ่มขึ้น 3.53% จากปีก่อน แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 1,050,000 คันและยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 900,000 คันแต่ทั้งนี้ยังคงกังวลปัญหาเรื่องชิป และด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญที่ต้องติดตามใกล้ชิด

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า ต้นทุนการผลิตต่างๆที่สูงขึ้นทั้งราคาอุปกรณ์ ค่าแรง รวมถึงค่าพลังงานที่สูง ผู้ผลิตหลายรายได้ทยอยปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์บางรุ่นไปแล้วและปีนี้ก็อาจจะมีการทยอยปรับเพิ่มแต่ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละค่ายและทิศทางพลังงานที่เริ่มมีแนวโน้มจะลดลงอาจทำให้การปรับไม่มากนักหรือไม่ปรับแต่ใช้วิธีลดของแถมลง เป็นต้น

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่(ป้ายแดง)ที่เป็นรถยนต์นั่งในประเทศเดือนม.ค.66 อยู่ที่ 2,929 คันเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 261 คันหรือเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1,022.2% ส่วนหนึ่งมาจากการที่มีบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีนเข้ามาจำหน่ายด้วย ดังนั้นปีนี้ที่ส่วนตัวได้ตั้งเป้าหมายไว้ราว 35,000-40,000 คันมีโอกาสจะเกินนี้ได้เช่นกัน

ขณะที่ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทแบบแบตเตอรี่ BEV เดือนม.ค.66 จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 4,707 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 649.52% ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด(HEV) 7,687 คัน เพิ่มขึ้น 76.51% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ( PHEV) 961 คัน เพิ่มขึ้น 33.10% ส่วนยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 ม.ค.66 มีจำนวนทั้งสิ้น 36,775 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 206.33% ประเภท HEV มีจำนวน 267,391 คัน เพิ่มขึ้น 33.11% ประเภท PHEV 43,360 คัน เพิ่มขึ้น 36.09 %