"กขค." ชี้แข่งขันการค้าปีเสือระอุ คุมเข้มแพลตฟอร์ม-ควบรวมกิจการ

เศรษฐกิจ24 ก.พ. 2565 • 09:18 น.
 "กขค." ชี้แข่งขันการค้าปีเสือระอุ คุมเข้มแพลตฟอร์ม-ควบรวมกิจการ
นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า ในปี 2565 คาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และจากระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญ (Megatrends) อย่างรวดเร็ว และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประกอบธุรกิจ ทำให้รูปแบบการประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปเป็นรูปแบบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Platform) เพิ่มมากขึ้น และจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการค้าเพื่อแข่งขันกันมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจมีแนวโน้มจะควบรวมธุรกิจเพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อปรับตัวให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้นและสามารถอยู่รอดได้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่มีการใช้อำนาจเหนือตลาดหรือมีการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไม่สามารถแข่งขันได้ และอาจไม่สามารถอยู่รอดได้ ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า จึงได้กำหนดนโยบายและทิศทางการกำกับการแข่งขันทางการค้า ปี 2565 ได้แก่ 1.การกำกับดูแลการแข่งขันในธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Platform) ทุกรูปแบบ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่ผู้บริโภคไม่นิยมใช้เงินสด โดยในปี 2564 มีมูลค่าทางธุรกิจมากถึง 4 ล้านล้านบาท อาทิ การจำหน่ายสินค้าหรือบริการ (E-Market Place) การขนส่งสินค้า (E-Logistic) การให้บริการรับสั่งและจัดส่งอาหาร (Food Delivery) และธุรกิจจองโรงแรมที่พัก (OTA) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่จากต่างประเทศ 2.การกำกับดูแลการรวมธุรกิจ (M&A) โดยเฉพาะการควบรวมธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน 3) การส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs สามารถแข่งขันได้มากขึ้น ขณะเดียวกันคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าจะมีการพัฒนาแนวทางการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าในด้านอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถกำกับดูแลธุรกิจในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยการปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและแนวปฏิบัติทางการค้าและกฎระเบียบต่างๆ และเสริมสร้างความร่วมมือในการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้ากับหน่วยงานต่างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเป็นเครื่องมือศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างตลาดและพฤติกรรมการแข่งขันทางการค้าในการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์ธุรกิจเชิงลึก (Business Intelligence Unit) เพื่อให้การแข่งขันทางการค้าไทยมีแนวทางการพัฒนาที่ดีขึ้น รวมทั้งการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อตราสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้เป็นไปตามหน่วยงานกำกับดูแลกฎหมายอื่นๆ ในประเทศ และชื่อภาษาอังกฤษเป็นรูปแบบเดียวกันกับองค์กรการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของต่างประเทศ โดยมีการเปลี่ยนแปลงคือปรับชื่อภาษาอักฤษขององค์กรให้มีความเป็นสากลมากขึ้นจากเดิมที่ชื่อ OFFICE OF TRADE COMPETITION COMMISSION (OTCC) ได้เปลี่ยนเป็น TRADE COMPETITION COMMISSION OF THAILAND (TCCT) และปรับชื่อย่อภาษาไทยจากเดิม สขค. เป็น “สำนักงาน กขค.” ตลอดจนตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานที่สื่อถึงทั้งความเรียบง่ายและการทำงานที่ตรงไปตรงมาด้วยความรับผิดชอบตามหลักการความถูกต้องชอบธรรม เพื่อรักษาไว้ซึ่งการแข่งขันทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรม กระบวนการทำงานที่มีความยืดหยุ่น อ่อนน้อมให้ความเคารพต่อผู้อื่นด้วยมิตรไมตรี และมีรอยยิ้มแห่งสำนึกของการบริการ รวมถึงความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ความกระตือรือร้น และภาวะผู้นำในการขับเคลื่อนภารกิจ สำหรับผลการกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า ปี 2561–2564 ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมทั้งสิ้น 134 เรื่อง โดยเฉพาะในปี 2564 ที่มีการรับเรื่องร้องเรียนสูงที่สุดจำนวน 71 เรื่อง กลุ่มธุรกิจที่มีการรับเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือแพลตฟอร์ม จำนวน 40 เรื่อง และยังเป็นปีที่มีการรวมธุรกิจมากที่สุดถึง 32 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ประมาณ 2 เท่า มีมูลค่าการรวมธุรกิจประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท พร้อมเผยถึงนโยบายและทิศทางการกำกับการแข่งขันทางการค้า ปี 2565 ซึ่งจะมุ่งเน้นการกำกับดูแลการแข่งขันในธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ การกำกับดูแลการรวมธุรกิจ หรือ M&A โดยเฉพาะการควบรวมธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่ และการส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs สามารถแข่งขันได้มากขึ้น