ผู้ว่า ธปท.ชี้บาทอ่อนพิษโควิด-การเมืองไม่นิ่งฉุดเชื่อมั่น เล็งขยายเวลาซอฟต์โลนอุ้มเอสเอ็มอีถึงสิ้นปี 64
โควิดยืดเยื้อ การเมืองไม่นิ่งฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน ทำบาทอ่อน ระบุไม่กังวลเงินไหลออก พร้อมเล็งขยายเวลาซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทช่วยเหลือเอสเอ็มอีถึงสิ้นปี 64 ดึง บสย.ค้ำประกันกู้เกิน 2 ปี
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงนี้เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากผลพวงของสถานการณ์โควิด-19 โดยมองว่าจะมีความผันผวนมากขึ้นในตลาดการเงิน และตลาดทุนที่เกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันมีสภาพคล่องส่วนเกินจำนวนมาก จากการที่ธนาคารกลางของประเทศอุตสาหกรรมหลักได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด รวมถึงการแพร่ระบาดในต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก ซึ่งเมื่อมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงในระบบการเงินโลก ทำให้เกิดความผันผวนได้ง่ายขึ้นเมื่อมีข่าวหรือมีข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา
สำหรับค่าเงินบาท เหมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งมาจากปัจจัยในประเทศ และอีกด้านมาจากปัจจัยต่างประเทศที่อยู่นอกเหนือการควบคุมซึ่งมีผลต่อค่าเงินของเรา ช่วงที่ผ่านมา อาจมีกระแสเงินไหลออกบ้าง ความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทย ผลกระทบการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะยังไปอีกนาน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศที่อาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุนต่างชาติ จึงทำให้บาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆในภูมิภาค รวมถึงดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยขณะนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีของผู้ประกอบการโดยเฉพาะในภาคการส่งออกที่ต้องคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาเครื่องมือทางการเงิน หรือใช้การล็อกเรตสำหรับรายได้จากการส่งออกในอนาคตไว้ล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าทิศทางของค่าเงินในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
ทั้งนี้ไม่กังวลต่อสถานการณ์เงินทุนไหลออก เนื่องจากประเทศไทยมีกันชนด้านต่างประเทศรองรับอย่างเข้มแข็ง แม้ปัญหาโควิดจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยค่อนข้างรุนแรง แต่ยังคาดการณ์ว่าทั้งปีนี้ไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ ขณะเดียวกันไทยไม่ได้พึ่งพาหนี้ต่างประเทศมากนัก ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับสูง
ขณะที่ พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 5 แสนล้านบาทนั้น ปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อไปกว่าแสนล้านบาทแล้ว ซึ่ง พ.ร.ก.นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ส่วนคือ ส่วนแรกเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเบื้องต้น และส่วนที่สองช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูหลังสถานการณ์แพร่ระบาดคลี่คลายลง ทั้งนี้ ใน พ.ร.ก.ดังกล่าวของ ธปท.แม้จะกำหนดระยะเวลาไว้ว่าสิ้นสุดเดือน ธ.ค.63 แต่สามารถต่ออายุได้อีก 2 ครั้งๆละ 6 เดือน
ขณะเดียวกันเตรียมเสนอให้มีคนต่ออายุ พ.ร.ก.ออกไปจนถึงสิ้นปี 64 ซึ่งจะช่วยให้ซอฟท์โลนที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่นี้ ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูได้ เป็นต้นทุนดอกเบี้ยต่ำให้ภาคธุรกิจในช่วงฟื้นฟูเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา อาจมี บสย.เข้ามาร่วมค้ำประกันสินเชื่อมากขึ้น เพราะตาม พ.ร.ก.การชดเชยความเสียหายจะอยู่ในช่วง 2 ปีแรกในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการจึงเห็นว่าหากมีการค้ำประกันสินเชื่อได้ระยะยาวขึ้นจะเป็นประโยชน์เป็นแนวทางที่กำลังพิจารณา