“ดั๊บเบิ้ล เอ”เสนอขายหุ้นกู้ 3 พันล้าน TRIS ขยับเพิ่มเครดิตสู่ BBB (Stable)
บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ยื่นแบบต่อ ก.ล.ต.เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2563 มูลค่าเสนอขาย 3,000ล้านบาท สำรอง 2,000ล้านบาท โดยเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2563 ขณะที่ TRIS พิจารณาปรับเพิ่มเครดิตหุ้นกู้ของ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จาก BBB- (Stable) สู่ BBB (Stable) สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวหลังโควิด-19
บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ผู้ผลิตกระดาษจากคันนาที่ส่งออกไปแล้วกว่า130ประเทศทั่วโลก เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2563 ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าการเสนอขายที่ 3,000 ล้านบาท และสำรอง 2,000 ล้านบาท โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม2563 หุ้นกู้ที่เสนอขายแบ่งออกเป็นหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.7 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก3เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567 และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี 3เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.1 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ จองซื้อขั้นต่ำ 100,000บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
โดยก่อนหน้านี้ บริษัททริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS) สถาบันจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของไทย ได้ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จากเดิมในระดับ BBB- (Stable) เป็น BBB (Stable) โดยประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2563
สำหรับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของทริสเรทติ้ง ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษสำนักงาน ความแข็งแกร่งของตราสัญลักษณ์ “ดั๊บเบิ้ล เอ” (Double A) รวมถึงการขยายธุรกิจของบริษัทไปสู่อุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่เริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย
ขณะเดียวกัน บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991)ยังมีผลการดำเนินการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกำไรของบริษัทที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
ทั้งนี้ปัจจุบัน บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษสำนักงานของไทยที่มีการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งธุรกิจผลิตกระดาษ และธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษ และยังขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงอีกด้วย