ผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.บวกรอบ 21 เดือน ยอดขายรถ EV โต ส่งออกหดตัวหลายปัจจัยรุมเร้า
ยอดผลิตรถยนต์เดือนพ.ค.บวกรอบ 21 เดือน ยอดขายรถ EV โต ส่งออกหดตัวหลายปัจจัยรุมเร้า
วันที่ 24 มิถุนายน 2568 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ในฐานะโฆษกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน พ.ค.68 อยู่ที่ 81,071 คัน ลดลง 9.20% จากเดือน พ.ค.67 โดยมีมูลค่าการส่งออก 76,432.16 ล้านบาท ลดลง 8.74% จากเดือน พ.ค.67 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลกชะลอตัวลง ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.68) มียอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปทั้งสิ้น 371,272 คัน ลดลง 13.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่ารวม 256,931.34 ล้านบาท ลดลง 14.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดส่งออกยังไม่ฟื้นจากหลายปัญหารุมเร้า ต้องรอดูความคืบหน้าภาษีทรัมป์ที่จะสิ้นสุดการขยายเวลาในวันที่ 8 ก.ค.นี้ก่อน รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆด้วย และยังจะมีเรื่องการบังคับใช้กฎห้ามปล่อยคาร์บอนในต้นเดือนหน้าด้วย
ส่วนยอดผลิตเพิ่มเป็นเดือนแรกในรอบ 21 เดือน หลังเดินเครื่องผลิตรถไฟฟ้า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือน พ.ค.68 มีทั้งสิ้น 139,186 คัน เพิ่มขึ้น 33.51% จากเดือน เม.ย.68 และเพิ่มขึ้น 10.325 จากเดือน พ.ค.67 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 21 เดือนจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และ PHEV เพิ่มขึ้น 641.16% และ 130.49% ตามลำดับ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์นั่งเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 63.88% รวมทั้งผลิตรถ PPV เพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 138.65% โดยจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.68) มีจำนวนทั้งสิ้น 594,492 คัน ลดลง 7.82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดผลิตรถเพื่อขายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจากความต้องการใช้รถไฟฟ้าที่มีราคาจับต้องได้
ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือน พ.ค.68 มีจำนวนทั้งสิ้น 52,229 คัน เพิ่มขึ้น 10.67% จากเดือน เม.ย.68 และเพิ่มขึ้น 4.73% จากเดือน พ.ค.67 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV, PHEV และรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในเพิ่มขึ้น 118.64%, 234.68% และ 3.19% ตามลำดับ เนื่องจากจากราคาที่จับต้องได้มากขึ้น แต่ยอดขายรถกระบะยังคงลดลง 24.84% จากมาตรการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอจากการลงทุนภาคเอกชนที่ยังต่ำ รวมทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น อีกทั้งการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย กังวลเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่จะไม่ได้ใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้จากปัญหาการเมืองที่ขัดแย้งกัน ซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดอยู่แล้วทรุดลงมากขึ้นไปอีก ขณะที่ยอดขายในประเทศช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนยอดขาย 252,615 คัน ลดลง 2.98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง
- ประเภท BEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 13,935 คัน เพิ่มขึ้น 70.65% จากเดือน พ.ค.67 ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 53,955 คัน เพิ่มขึ้น 22.85% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 มี.ค.68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 280,600 คัน เพิ่มขึ้น 60.05% จากปีที่แล้ว
- ประเภท HEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 12,152 คัน เพิ่มขึ้น 12.63% จากเดือน พ.ค.67 ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 60,352 คัน เพิ่มขึ้น 2.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 พ.ค.68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 529,549 คัน เพิ่มขึ้น 32.21% จากปีที่แล้ว
- ประเภท PHEV มีจดทะเบียนใหม่จำนวน 2,402 คัน เพิ่มขึ้น 241.19% จากเดือน พ.ค.67 ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 9,822 คัน เพิ่มขึ้น 142.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับถึงวันที่ 31 มี.ค.68 มียอดจดทะเบียนสะสมจำนวนทั้งสิ้น 72,920 คัน เพิ่มขึ้น 25.83% จากปีที่แล้ว
ทั้งนี้ยอดขายรถไฟฟ้าปีนี้มีโอกาสแตะ 1 แสนคัน หลังจากผ่านไไปแล้ว 5 เดือนมียอดขายกว่า 4 หมื่นคัน
#สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย #รถยนต์ไฟฟ้า #ข่าววันนี้ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์