รมว.แรงงานเร่งประกันสังคมทำงานเชิงรุก ดูแลผู้ว่างงานบริษัทสหเซเรน รับสิทธิครบถ้วนรวดเร็ว

เศรษฐกิจ30 ส.ค. 2563 • 12:09 น.
รมว.แรงงานเร่งประกันสังคมทำงานเชิงรุก ดูแลผู้ว่างงานบริษัทสหเซเรน รับสิทธิครบถ้วนรวดเร็ว
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน มีความห่วงใย สั่งการให้นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเข้าดูแลให้ความช่วยเหลือชี้แจงสิทธิและการขอรับสิทธิประโยชน์ประกันสังคมจากเหตุการณ์ บริษัทสหเซเรน จำกัด สถานประกอบกิจการ ตั้งอยู่เลขที่ 127 หมู่ที่ 1 ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีได้ประกาศโครงการสมัครใจลาออก เนื่องจากประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจ นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการประกันสังคมเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.พรพิไล มะลอย ประกันสังคมจังหวัดปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการดังกล่าว ประกอบไปด้วยสถานประกอบการโรงงาน 1 ประกอบกิจการ ผลิตถุงลมนิรภัยส่งให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ ปัจจุบันมีลูกจ้างรวม 922 คน มีลูกจ้างสมัครใจลาออก รวมจำนวน 302 คน โดยสถานประกอบการ โรงงาน 2 ประกอบกิจการ ผลิตเสื้อผ้ากีฬาส่งออกประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีลูกจ้างรวม 561 คน มีลูกจ้างสมัครใจลาออก รวมจำนวน 142 คน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ทั้งนี้เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ประกันสังคมได้เข้าตรวจสอบและให้คำแนะนำ ชี้แจงต่อลูกจ้างว่าลูกจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้ 1.ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ร้อยละ 62 ของค่าจ้าง โดยโรงงาน 1 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-31 สิงหาคม 2563และโรงงาน 2 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2563 2.ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากการเลิกจ้างในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างเป็นระยะเวลา 200 วันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป 3.สิทธิประโยชน์คุ้มครองเป็นระยะเวลา 6 เดือน หลังจากถูกเลิกจ้างได้แก่ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร ชราภาพและเสียชีวิต 4.สิทธิในการสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 39 เพื่อรับสิทธิประโยชน์การคุ้มครองจากประกันสังคมต่อเนื่อง 5.สำหรับลูกจ้างที่อายุเกิน 55 ปี จะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ เงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญขึ้นอยู่กับจำนวนเงินสมทบที่ได้สะสมไว้บริษัทฯ ได้ตกลงจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายและจ่ายเงินพิเศษนอกเหนือจากกฎหมายให้แก่ลูกจ้าง ทั้งนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงานย้ำกำชับให้สำนักงานประกันสังคมต้องดูแลลูกจ้างผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิอย่างครบถ้วนและต้องเข้าถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที เนื่องจากปัญหาเรื่องความเป็นอยู่ ปากท้องของแรงงานเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกในฐานะหัวหน้าผู้รับใช้แรงงานได้กำหนดเป็นภารกิจหลักในการเข้ามารับตำแหน่ง รมว.แรงงาน