"สรรพากร" รีดภาษีออนไลน์ ตั้งหน่วยดึงอินฟลูเอนเซอร์-ยูทูบเบอร์เข้าระบบ เก็บรายได้ 4 ด.เกินเป้า 6 หมื่นล้าน

เศรษฐกิจ9 ก.พ. 2566 • 12:08 น.
"สรรพากร" รีดภาษีออนไลน์ ตั้งหน่วยดึงอินฟลูเอนเซอร์-ยูทูบเบอร์เข้าระบบ เก็บรายได้ 4 ด.เกินเป้า 6 หมื่นล้าน

นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ปัจจุบันรูปแบบการทำธุรกิจเน้นระบบออนไลน์ ไลฟ์สดขายของโดยไม่ต้องมีหน้าร้านมากขึ้น การทำธุรกิจง่ายขึ้น รายได้ดีขึ้น ระบบการเสียภาษีและการจัดเก็บภาษีก็ต้องตามให้ทัน โดยกรมได้ตั้งกองสำรวจและติดตามธุรกิจนอกระบบ ทำหน้าที่ตรวจสอบคนหรือธุรกิจที่อยู่นอกระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 มีผู้ประกอบการในส่วนนี้เข้าสู่ระบบภาษีมากถึง 2 แสนราย โดยกลุ่มธุรกิจนอกระบบที่เป็นเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันคือ แม่ค้าออนไลน์ การไลฟ์สดขายของ อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ต่างๆ ถือเป็นหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยทำให้รายได้ภาษีขยายตัวตามสิ่งที่ควรจะเป็น

ขณะเดียวกันกรมสรรพากรขอเชิญชวนให้ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแวตให้เข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้อง โดยยืนยันว่าเรื่องภาษีไม่ใช่เรื่องที่ น่ากลัว กรมพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเสียภาษีตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ระบบ ไปจนถึงกระบวนการเสียภาษีอย่างถูกต้องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2566 กรมได้รับเป้าหมายจัดเก็บรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งภาพรวมการจัดเก็บรายได้ 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.65-ม.ค.66) เก็บได้เกินกว่าเป้าหมายถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และอานิสงส์จากจีนเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและบริการของไทยเป็นอย่างมาก ทำให้มั่นใจว่าการจัดเก็บรายได้ปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณอย่างแน่นอน โดยรายได้จากภาษีที่มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน มาจาก 2 ประเภท คือ 1.ภาษีแวต จากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจให้สามารถกลับมามีกำไรและเสียภาษีได้มากขึ้น

โดยภาพรวมการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล และแวต ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปีนี้ที่แวตจากการบริโภคฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี ตามการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายเล็ก ธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ถือเป็นฐานภาษีในอนาคต ซึ่งปัจจัยบวกดังกล่าวทำให้ เชื่อมั่นว่าการจัดเก็บภาษีปีนี้คงไม่มีอะไรต้องกังวลมากนัก