อดีตรมว.คลัง ชี้ หนี้สาธารณะไม่เสี่ยงตอนนี้ แต่เป็นภาระคนรุ่นใหม่ในอนาคต แบกรับมรดกสีดำ

เศรษฐกิจ21 เม.ย. 2565 • 08:48 น.
อดีตรมว.คลัง ชี้ หนี้สาธารณะไม่เสี่ยงตอนนี้ แต่เป็นภาระคนรุ่นใหม่ในอนาคต แบกรับมรดกสีดำ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ Thirachai Phuvanatnaranubala ระบุว่า... สบน.ชี้แจงหนี้สาธารณะ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง แถลงข่าวโต้บทวิเคราะห์ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี เตือนว่า อัตราดอกเบี้ยหนี้สาธารณะเป็นเสมือนมะเร็งร้ายทางการเงินที่แพร่เชื้อลุกลามเข้าสู่ปวงชนที่ยากต่อการรักษา ผมตั้งข้อสังเกตต่อคำชี้แจงของ สบน. ดังนี้ *** ประเด็นที่หนึ่ง ความจำเป็นที่รัฐบาลต้องกู้ สบน. ชี้แจงว่า ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผมวิจารณ์ว่า คำชี้แจงประเด็นนี้ถูกต้อง เพราะถ้าประเทศระดับกำลังพัฒนาอย่างไทยอาศัยเฉพาะเงินจากรายได้รัฐอย่างเดียว การเติบโตก็จะมีเพดานจำกัดอยู่เพียงระดับหนึ่ง แต่ถ้าเสริมด้วยเงินกู้ ก็สามารถยกเพดานเศรษฐกิจเติบโตได้ แต่ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการใช้เงินกู้ต้องชาญฉลาด ดังที่ผมเคยอธิบายไว้แล้วว่า รัฐบาลที่กู้มาเพื่ออุดหนุนการอุปโภคบริโภคของประชาชนอย่างกว้างขวางนั้น ถึงแม้ได้ผลในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนชั่วคราว แต่ไม่ยังยืน และผิดหลักการบริหารเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากหัวหน้าครอบครัวที่สงสารลูก ไม่มีจะกินฟู่ฟ่าดังเดิม ก็รูดเครดิตการ์ดเอาเงินมาให้ลูกกินใช้ ถึงแม้ช่วยรักษาคุณภาพชีวิต แต่ได้ผลแบบไฟไหม้ฟาง กินใช้แล้วก็หมดไป ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาที่บริหารอย่างระมัดระวัง จึงไม่นิยมกู้เงินมาเพื่อโปรยให้ประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ มีแต่ประเทศร่ำรวย ที่ตลาดสากลมั่นใจในฐานะการเงินที่นิยมนโยบายการคลังแบบลดแลกแจกแถมเช่นนี้ รัฐบาลไทยไม่ควรไปขี้ตามช้าง ส่วนประเทศกำลังพัฒนาที่กู้เงินมาให้ประชาชนเต้นกินรำกิน รักษาคุณภาพชีวิตแบบเกินตัว กินแล้วใช้แล้วก็หมดไปนั้น มีหลายตัวอย่างในลาตินอเมริกา สุดท้ายก็มักจะล้มละลาย วัตถุประสงค์นโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ถูกต้องนั้น รัฐจะต้องพยายามใช้เงินให้มีผลเป็นการลงทุนให้มากที่สุด กล่าวคือ ใช้ทำโครงการที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งยืนบนขาตนเองได้ดีขึ้น ยึดศาสตร์ของพระราชาอย่างแท้จริงในการใช้เงิน มิใช่ตั้งแต่ชื่อ และทำให้เป็นโครงการที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของชุมชน ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องแยกผลดีผลเสียให้ออกจากกัน ระหว่างนโยบายการคลังที่กระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งได้ผลเพียงชั่วคราวและรัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาควรจะเลี่ยง กับนโยบายการคลังที่เพิ่มโอกาสให้แก่ประชาชนแบบสะสมยั่งยืน ที่รัฐบาลประเทศกำลังพัฒนาควรจะเน้น *** ประเด็นที่สอง ความเสี่ยงภาระดอกเบี้ย สบน. ชี้แจงว่า รัฐกู้เงินในประเทศเป็นหลักประมาณร้อยละ 98 จึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละปีต่ำ นอกจากนี้ มากกว่าร้อยละ 83 เป็นหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ จึงทำให้มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ อีกทั้งยังมีต้นทุนการกู้เงินเฉลี่ยที่เหมาะสมที่ร้อยละ 2.35 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยโลก ผมวิจารณ์ว่า 1 ที่รัฐกู้เงินในประเทศเป็นหลักนั้นถูกต้องแล้ว ปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยล้มในวิกฤตต้มยำกุ้ง ก็คือเอกชนมีการกู้หนี้ดอลลาร์จำนวนมาก พอเจอสภาวะเงินบาทลอยตัวอ่อนลง หนี้ที่คำนวนเป็นบาทก็เพิ่มขึ้นมากมาย มาบัดนี้ รัฐและเอกชนได้อานิสงส์จากการพัฒนาตลาดตราสารหนี้สกุลบาท แทนที่จะต้องกู้เงินเป็นดอลลาร์ นักลงทุนสากลยินดีจะเป็นผู้รับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เอาดอลลาร์เข้ามาแลกเป็นบาท แล้วเอาเงินบาทไปลงทุนตราสารหนี้ภายในประเทศ การมีหนี้เป็นสกุลท้องถิ่นนี้เอง เป็นปัจจัยที่ทำให้สถาบันจัดอันดับเครดิตมีความมั่นใจในความสามารถในการชำระหนี้ของไทยมากขึ้น โครงการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เงินบาท เริ่มจาก ม.ร.ว.จตุมงคลให้ ธปท. จัดขบวนการออกพันธบัตรรัฐบาลให้เป็นสากล ต่อมาอดีตนายกฯ ทักษิณให้ขยายแนวคิดเป็น Asia bond ม.ร.ว.ปรีดียาธรให้ผมเดินทางไปเจรจากระตุ้นให้ประเทศอาเซียนพัฒนาตลาดตราสารหนี้สำหรับแต่ละสกุล ดังนั้น คำชี้แจงว่าหนี้นัฐบาลไทยมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละปีต่ำนั้น ถูกต้องแล้ว เกิดจากผลงานของรัฐบาลในอดีตนั่นเอง 2 คำชี้แจงว่า หนี้รัฐมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ จึงทำให้มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยต่ำนั้น ถูกต้องเพียงบางส่วน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐกำลังปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเมื่อดอกเบี้ยสกุลดอลลาร์สูงขึ้น ก็ย่อมจะกดดันดอกเบี้ยสกลุอื่นในโลก ให้ต้องสูงขึ้นตามไปด้วยไม่มากก็น้อย ดังนั้น ในอนาคตเมื่ออัตราดอกเบี้ยในไทย กลับเข้าวัฎจักรสูงขึ้น ภาระดอกเบี้ยก็ย่อมจะหนักขึ้นตามสภาพของตลาดเงินในขณะนั้น ทั้งนี้ การที่หนี้รัฐมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยได้ เฉพาะระหว่างอายุของพันธบัตรแต่ละรุ่นที่ออก แต่รัฐบาลย่อมมีการออกพันธบัตรหลายรุ่น แบบเรียงกัน (staggered) เพื่อมิให้กำหนดชำระคืนเป็นก้อนใหญ่แบบดินพอกหางหมู ดังนั้น ในแต่ละปี พันธบัตรรัฐบาลเดิมจะทยอยหมดอายุ และรัฐก็จำเป็นจะต้องออกพันธบัตรรุ่นใหม่เพื่อกู้แทนพันธบัตรที่หมดอายุ ซึ่งจะต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในขณะนั้น สรุปแล้ว การที่หนี้รัฐมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุพันธบัตรแต่ละรุ่น ทำให้รัฐไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ก็เฉพาะสำหรับพันธบัตรที่ยังไม่ครบอายุ แต่สำหรับพันธบัตรที่ทยอยครบอายุและต้องออกแทนใหม่ในแต่ละปี รัฐจะต้องจ่ายตามอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ สบน.ควรหาทางชี้แนะให้รัฐบาลใช้เงินกู้ในลักษณะที่ประชาชนเอาไปต่อยอดได้จะดีกว่า คือแนวคิดว่า รัฐใช้เงิน 100 แต่ประชาชนใช้ศาสตร์พระราชาเอาไปขยายได้เป็น 200 เพราะถึงแม้ดอกเบี้ยที่คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐ ในขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ถ้าเอาเงินกู้ไปใช้สร้างรายได้ให้แก่ชาติ ในอนาคตรัฐบาลก็จะเก็บภาษีได้มากขึ้น จะเป็นปัจจัยช่วยทำให้สัดส่วนนี้ไม่สูงขึ้น ส่วนการเอาเงินกู้มหาศาลไปโปรยแจกจากเฮลิคอปเตอร์นั้น ถึงแม้ประชาชนผู้รับเงินจะรู้สึกดี แต่ก็เพียงชั่วคราว มิได้เพิ่มรายได้ของรัฐในระยะยาว ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มจะกลับเข้าวัฎจักรสูงขึ้น และในอนาคต เมื่อคนรุ่นใหม่ต้องแบกภาระชำระหนี้ เขาก็จะต้องย้อนนึกถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่โยนภาระหนี้เป็นมรดกสีดำไปให้แก่พวกเขา ควรเสนอแนะให้ออกจากวังวนการสร้างคะแนนนิยม (popularity building) ไปทำระเบียบวาระการสร้างชาติ (nation building) จะดีกว่า