บอร์ดทอท.ทุบโต๊ะสั่งลุยผุด “เทอร์มินัล2” ตามแผน ท่ามกลาง “12 องค์กรวิชาชีพ” ค้านหัวชนฝาไร้ประโยชน์!

เศรษฐกิจ22 พ.ย. 2562 • 15:00 น.
บอร์ดทอท.ทุบโต๊ะสั่งลุยผุด “เทอร์มินัล2” ตามแผน ท่ามกลาง “12 องค์กรวิชาชีพ” ค้านหัวชนฝาไร้ประโยชน์!
สั่งเดินหน้าเต็มสูบในการเดินหน้าโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ระยะที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โดนถล่มอย่างหนักจาก “สมาคมสถาปนิกสยาม” ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) ที่ได้ร่วมกับ 12 องค์กรวิชาชีพ เดินหน้าคัดค้านแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่บมจ. ท่าอากาศยานไทย ที่มีแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร หรือเทอร์มินัล2 โดยได้ถูกระงับไปโดยสภาพัฒน์และรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม“อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”สมัยนั้น ทั้งนี้ “ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์” อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อปี 2546 วิเคราะห์ว่า เทอร์มินัล 2 ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในการรองรับผู้โดยสาร ทางกลับกันจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย 1. ไม่ทำให้สนามบินมีความจุเพิ่มขึ้น เพราะ ทอท.ไม่สามารถก่อสร้างหลุมจอดเครื่องบิน เพิ่มเติมได้ เนื่องจากพื้นที่หลังเทอร์มินัล 2 ตัดแปะคับแคบ ทำให้เครื่องบินวิ่งเข้า-ออกหลุมจอดอย่างยากลำบาก และไม่สามารถทำหลุมจอดเพิ่มเติมได้ ทำให้เทอร์มินัล 2 ไม่สามารถรองรับผู้โดยสารตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ 2.ผู้โดยสารที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินที่จอดรออยู่ที่หลุมจอดใกล้เทอร์มินัล 2 ตัดแปะ จะต้องไปขึ้นเครื่องบินที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2.2 กิโลเมตร จำเป็นจะต้องใช้รถไฟฟ้าไร้คนขับ(Automated People Mover หรือ APM) ถึง 3 สาย ประกอบด้วย สายลอยฟ้า 2 สาย และสายใต้ดิน 1 สาย ทำให้เกิดความยุ่งยากทำให้ผู้โดยสารทุลักทุเล และสับสนวุ่นวายก่อนจะได้ขึ้นเครื่องบิน และ3.ทำให้เพิ่มปัญหารถติดบนมอเตอร์เวย์ เนื่องจากเทอร์มินัล 2 ตัดแปะ จะตั้งอยู่ด้านมอเตอร์เวย์ ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่จึงเลือกใช้มอเตอร์เวย์เข้า-ออกสนามบิน ทำให้กรมทางหลวงต้องเสียงบเตรียมก่อสร้างมอเตอร์เวย์ชั้นที่ 2 เหนือมอเตอร์เวย์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณถึง 37,500 ล้านบาท เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้อาจจะซ้ำเติมให้อันดับโลกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตกลงไป ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเคยได้รับการจัดอันดับสนามบินดีเด่นของโลกให้อยู่ในอันดับที่ 10 เมื่อปี 2553 โดย Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินดีเด่นของโลกเป็นประจำทุกปี ต่อมาในปี 2561 ร่วงกราวรูดลงมาอยู่ที่อันดับ 36 และในปีนี้ (2562) ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 46 เพียงปีเดียวร่วงลงมาถึง 10 อันดับ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2562ที่ประชุมคณะกรรมการบมจ. ท่าอากาศยานไทย มี“ประสงค์ พูนธเนศ” เป็นประธานกรรมการฯ สั่งทุบโต๊ะลุยเดินหน้าแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 3 ซึ่ง ทอท.ได้ดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทโดยได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร (สนข.) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กยผ.) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเด็นการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ตามแผนแม่บทฉบับปี 2561 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2562 ทั้งนี้ที่ประชุมมีความเห็นว่าแผนแม่บทเป็นการวางแผนระยะยาว สามารถปรับปรุงได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง ทอท.ต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบด้าน คำนึงถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอื่นๆ เนื่องจากส่งผลต่อการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิและพิจารณาความเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการที่ปรึกษาท่าอากาศยาน (Airports Consultative Committee : ACC) และคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (Airline Operators Committee: AOC)โดยมื่อผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ทอท.แล้ว ฝ่ายบริหาร ทอท.จะนำเสนอกระทรวงคมนาคมและ สศช.เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ขณะที่สาระสำคัญของแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (พฤศจิกายน 2562) คือ 1. ปรับปรุงข้อมูลการเชื่อมท่าอากาศยานทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : ECC) ,2.ปรับปรุงข้อมูลการการคาดการณ์ปริมาณการขนส่งทางอากาศให้เป็นปัจจุบัน โดยคำนึงถึงปริมาณผู้โดยสารส่วนที่เกินขีดความสามารถของท่าอากาศยานดอนเมืองในอนาคต ,3.เพิ่มเติมข้อมูลการจัดสรรสายการบินที่ให้บริการประจำอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal Building: MTB) อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT1) และส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) ตามที่ ACC ได้ให้ความเห็น ,4. เพิ่มเติมข้อมูลการกำหนดทางเลือกในการจัดวางอาคารผู้โดยสารเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการใช้งาน และ5.ปรับลำดับการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Phasing) ให้มีขีดความสามารถสอดคล้องกับปริมาณการขนส่งทางอากาศ ดังนี้ ระยะที่ 1 ประกอบด้วย อาคารผู้โดยสาร และทางวิ่ง 2 เส้น (ปัจจุบัน) สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบิน 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ,ระยะที่ 2 (ปีงบประมาณ 2554-2560 ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ 60 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินได้ 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง กำหนดแล้วเสร็จปี 2563 ,ระยะที่ 3 (ดำเนินการระหว่างปี 2559-2565) ประกอบด้วย การก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 90 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินได้ 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ระยะที่ 4 (ดำเนินการระหว่างปี 2564-2569) ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 105 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินได้ 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และระยะที่ 5 (ดำเนินการระหว่างปี 2568-2573) ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ และการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบินได้ 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และการพัฒนาเพิ่มเติม โดยการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกในอาคารผู้โดยสารในระยะท้ายสุดของแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อลดผลกระทบจากการก่อสร้างต่อการให้บริการในอาคารผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในปัจจุบัน สุดท้ายการเดินหน้าแผนการขยายขีดความสามารถของการให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะราบรื่น และคุ้มค่ากับงบประมาณนับหมื่นล้านบาทหรือไม่!?! เชื่อว่างานนี้...ต้องดูกันยาวๆ!!!