“ส.อ.ท.”ถก ธปท.22 ม.ค.นี้คลายล็อกซอฟต์โลน 5 แสนล้าน เปิดช่อง บสย.ค้ำสินเชื่อ 40% หนุนสภาพคล่อง

เศรษฐกิจ20 ม.ค. 2564 • 13:49 น.
“ส.อ.ท.”ถก ธปท.22 ม.ค.นี้คลายล็อกซอฟต์โลน 5 แสนล้าน เปิดช่อง บสย.ค้ำสินเชื่อ 40% หนุนสภาพคล่อง
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 ม.ค.64 ส.อ.ท.โดยสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(เอสเอ็มไอ) จะหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์เกี่ยวกับแนวทางการคลายล็อก พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 วงเงิน 5 แสนล้านซึ่งที่ผ่านมาปล่อยได้เพียง 1.2 แสนล้านบาทยังเหลือวงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้เสนอแก้ไขพระราชกำหนด พ.ร.ก.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 5 แสนล้านบาทคือ 1.ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องมีวงเงินสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 และ 2.ขยายเวลาให้สถาบันการเงินยื่นกู้ขอวงเงินกู้ได้คราวละ 6 เดือน จนกว่าเงินจะหมด 3.ขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากยอดหนี้เดิมได้ไม่เกิน 30% ของยอดสินเชื่อ และกรณีลูกค้าไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน กู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท 4.สามารถคิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก 5.ชดเชยความเสียหายไม่เกิน 80% ของลูกหนี้แต่ละราย 6.สถาบันการเงินชำระคืนเงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใน 5 ปี สำหรับข้อเสนอมาตรการเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีที่ ส.อ.ท.ขอเสนอเพิ่มเติมมี 5 ข้อดังนี้ 1.ขอไม่จำกัดวงเงินกู้ในการขอสินเชื่อ โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการเป็นรายๆไป 2.ขอให้คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก 3.ขอให้มีการปรับจัดลำดับการตัดชำระหนี้ของผู้ประกอบการ โดยให้ตัดจากเงินต้นก่อน เพื่อเป็นการปรับลดจำนวนหนี้ให้แก่ผู้ประกอบการ 4.ให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำลง 1% และ 5.ให้ บสย.ค้ำประกันวงเงินสินเชื่อเพิ่ม 40% “อยากให้ ธปท.ไปดูสถาบันการเงิน เพราะมองว่าเวลานี้มีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า 1% จึงอยากให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำลงมาสัก 1% ก็ไม่เสียหายก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่หากทำได้จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินได้เร็วมากขึ้น และอาจจะพ่วงในเรื่องของการติดตามค่าเงินที่ไม่ให้แข็งค่าเกินกว่าภูมิภาคซึ่งยอมรับว่าช่วงนี้ดีกว่าที่ผ่านมาที่ไทยแข็งค่านำภูมิภาค”