“ประกันรายได้ข้าว” งวดที่ 26 ราคาข้าวเปลือกพุ่งสูงรับสงกรานต์

เศรษฐกิจ7 เม.ย. 2566 • 21:47 น.
“ประกันรายได้ข้าว” งวดที่ 26 ราคาข้าวเปลือกพุ่งสูงรับสงกรานต์

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.66 นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้พิจารณาราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2565/66 ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) โดยสัปดาห์นี้เป็นการประกาศราคางวดที่ 26 สำหรับเกษตรกรที่แจ้งวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 1 – 7 เมษายน 2566 ปรากฏว่า ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 13,582.47 บาท เกษตรกรจะได้รับชดเชยส่วนต่างตันละ 417.53 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 6,680.48 บาท และข้าวเปลือกปทุมธานี มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 10,936.84 บาท เกษตรกรจะได้รับชดเชยส่วนต่างตันละ 63.16 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 1,579.00 บาท สำหรับข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกเหนียว มีราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าราคาประกัน จึงไม่มีส่วนต่างชดเชยในงวดนี้ โดยข้าวเปลือกเจ้า มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 10,032.85 บาท สูงกว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ตันละ 10,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียว มีราคาเกณฑ์กลางตันละ 12,387.13 บาท สูงกว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ตันละ 12,000 บาท สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่มีราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง เนื่องจากสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว โดยจะจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์งวดที่ 26 ในวันที่ 12 เมษายน 2566

“สถานการณ์การซื้อขายข้าวในตลาดช่วงนี้ ผู้แทนสมาคมค้าข้าวไทยให้ข้อมูลว่า ข้าวเจ้ามีความต้องการต่อเนื่องค่อนข้างสูง ส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ส่วนข้าวชนิดอื่นๆ มีการซื้อขายกันตามปกติ ทำให้ราคาค่อนข้างขยับขึ้นเล็กน้อย สำหรับสถานการณ์การส่งออก ผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศให้ข้อมูลว่า ปริมาณการส่งออกจนถึงวันที่ 5 เมษายน 2566 สามารถส่งออกข้าวได้แล้วกว่า 2.26 ล้านตัน ด้วยสถานการณ์การขนส่งทางเรือที่กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับค่าเงินบาทที่เริ่มมีเสถียรภาพ รวมถึงประเทศที่เคยสต็อกข้าวไว้ เริ่มนำข้าวออกมาใช้ ทำให้ปริมาณข้าวในสต็อกเริ่มลดลง จึงมีแนวโน้มนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์การส่งออกของไทยเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งการส่งออกในปีนี้คาดว่าอาจจะได้ถึง 8 ล้านตัน โดยประมาณ”

นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยต่อไปว่า ในงวดที่ 1 - 25 ที่ผ่านมามีเกษตรกรได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้แล้วกว่า 2.635 ล้านครัวเรือน วงเงิน 7,865.47 ล้านบาท และการช่วยเหลือไร่ละพันบาท เกษตรกรได้รับเงินแล้วกว่า 4.647 ล้านครัวเรือน วงเงิน 54,046.25 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับเงิน ขอให้ ติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน เพื่อให้ ธ.ก.ส. ตรวจสอบต่อไป

สำหรับ การค้าข้าวขณะนี้ เริ่มพบปัญหาการปลอมปนของข้าวพื้นนุ่ม และข้าวพื้นแข็ง จึงขอความร่วมมือเกษตรกร โรงสี ผู้ค้า และหน่วยงานในพื้นที่กำกับดูแลและเพิ่มการตรวจสอบ ระมัดระวังไม่ให้เกิดการปลอมปนข้าว เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพข้าว และการส่งออกข้าวได้ นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ได้เพิ่มการติดตามดูแลการซื้อขายข้าวเปลือก ทั้งในเรื่องของการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ รวมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้น ซึ่งหากพบเห็นว่าท่าข้าวหรือโรงสีใด  ไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อ กดราคารับซื้อ โกงน้ำหนัก หรือมีพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการเอาเปรียบชาวนา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร 1569