พณ.แนะ อี-คอมเมิร์ซ ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered เพิ่มความน่าเชื่อถือค้าออนไลน์สู้โควิด

เศรษฐกิจ10 เม.ย. 2563 • 09:50 น.
พณ.แนะ อี-คอมเมิร์ซ ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered เพิ่มความน่าเชื่อถือค้าออนไลน์สู้โควิด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระตุ้นผู้ประกอบการที่ค้าขายบนออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered พร้อมจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้อง สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ย้ำ!! ท่ามกลางโรคโควิด-19 ผู้ประกอบการควรเร่งปรับวิกฤตให้เป็นโอกาส เน้นค้าขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์...โอกาสรุ่งมีมาก ขณะเดียวกัน สินค้าจะต้องดีมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความซื่อสัตย์ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จัดส่งสินค้ารวดเร็ว มั่นใจ สถานการณ์ที่ผู้คนต้องอยู่บ้านเป็นหลักคือ โอกาสทองของผู้ค้าออนไลน์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยประสบปัญหาไม่สามารถขายสินค้าผ่านหน้าร้านปกติ (ออฟไลน์) ได้ ส่วนหนึ่งหันมาทำการค้าขายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ทั้งการขายผ่านตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-มาร์เก็ตเพลส) ผ่านเว็บไซต์ของตนเอง หรือ ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ฯลฯ นับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายช่องทางการตลาดให้กว้างขึ้น รองรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าต่างๆ โดยไม่ต้องออกจากบ้าน ฉะนั้น จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ค้าออนไลน์ ผู้ประกอบการจึงควรเร่งเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างระบบการค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้การทำธุรกิจบนออนไลน์มีความน่าเชื่อถือ ขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทุกช่องทาง ขอรับเครื่องหมาย DBD Registered เพื่อรับรองว่าผู้ขายมีตัวตนและร้านค้าจริง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า/บริการ ซึ่งจะส่งผลถึงยอดขายโดยรวมในอนาคต โดยการขอรับเครื่องหมาย DBD Registered ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ทันที ผ่านทาง www.trustmarkthai.com หลังจากกรอกข้อมูลผ่านระบบเรียบร้อย ระบบจะจัดส่งเครื่องหมาย DBD Registered ให้ผู้ขอรับเครื่องหมายฯ เพื่อนำไปแปะบนหน้าเว็บไซต์หรือช่องทางการขายออนไลน์ของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ ควรต้องดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคู่กันไปด้วย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยสามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้ตามสถานที่ตั้งของผู้ประกอบการ หากสถานที่ตั้งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร จดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ สำนักงานเขต หรือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังของกรุงเทพมหานคร และหากสถานที่ตั้งตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค จดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ เทศบาล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยมีค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนฯ เพียง 50 บาทเท่านั้น” “เบื้องต้น กรมฯได้จัดทำหนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และผู้ประกอบการเจ้าของตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-มาร์เก็ตเพลส) รายใหญ่ เช่น Shopee, Lazada, JD Central ฯลฯ ให้กระตุ้นและเชิญชวนผู้ประกอบการดำเนินการขอรับเครื่องหมาย DBD Registered และจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ระบบการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของไทยมีความน่าเชื่อถือ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค เป็นการยกระดับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซให้มีศักยภาพเทียบเท่าระดับสากล สร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการในการขยายช่องทางการตลาดให้มีความหลากหลาย และพร้อมที่จะขยายตลาดสู่ต่างประเทศมากขึ้น” สำหรับการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ “ความน่าเชื่อถือ” นับเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้สัมผัสจับต้องสินค้าโดยตรง เห็นสินค้าเฉพาะบนหน้าเพจของผู้ประกอบการเท่านั้น ดังนั้น การแสดงความมีตัวตนและร้านค้าของผู้ประกอบการจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ สินค้าที่นำมาขายก็ต้องมีคุณภาพดีได้มาตรฐาน ราคาสมเหตุสมผล ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความซื่อสัตย์ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จัดส่งสินค้ารวดเร็ว สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้หากซื้อสินค้ากับทางร้าน ซึ่งองค์ประกอบที่กล่าวมาจะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือระยะยาวให้แก่ธุรกิจ โดยจากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่า สถิติเรื่องร้องเรียน/ปัญหาออนไลน์ ในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 29,626 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 2,469 ครั้ง ปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 42,947 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 3,579 ครั้ง และ ปี 2563 (มกราคม - มีนาคม) 9,613 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 3,204 ครั้ง ส่วนใหญ่ร้องเรียนเรื่อง 1.เว็บไซต์ผิดกฎหมาย 2.การซื้อขายทางออนไลน์ 3.ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนสถิติการร้องเรียนซื้อขายทางออนไลน์ปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 17,558 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 1,463 ครั้ง ปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 21,148 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 1,762 ครั้ง และปี 2563 (มกราคม - มีนาคม) 4,786 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 1,595 ครั้ง ส่วนใหญ่ร้องเรียนเรื่อง 1.ไม่ได้รับสินค้า (หลอกลวง) 2.ได้รับสินค้าไม่ตรงตามข้อตกลง (ผิดสีผิดขนาด) ไม่ได้รับตามโฆษณา 3.ได้รับสินค้าชำรุด 4.ได้รับสินค้าผิดกฎหมาย (สินค้าปลอม) 5.ได้รับสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด นอกจากนี้ยังมีการขอคำปรึกษาด้านการซื้อขายออนไลน์ เช่น ความน่าเชื่อถือของผู้ขายมากถึงร้อยละ 40 ของจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด