กลุ่ม ปตท.จัดทัพปรับแผนลดสต็อกรับราคาน้ำมันดิบโลกดิ่ง ชี้เก็งกำไร-วิกฤติชั่วคราว

เศรษฐกิจ9 มี.ค. 2563 • 04:51 น.
กลุ่ม ปตท.จัดทัพปรับแผนลดสต็อกรับราคาน้ำมันดิบโลกดิ่ง ชี้เก็งกำไร-วิกฤติชั่วคราว
น้ำมันโลกลงแรงเจอพิษโควิด-19/สงครามการค้า “ปตท.”จัดทัพปรับแผนลดสต็อกน้ำมันในกลุ่มโรงกลั่น-ธุรกิจน้ำมัน ลดผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันในไตรมาส 1 “ชาญศิลป์”ระบุเป็นการเก็งกำไร-วิกฤติชั่วคราว นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. (PTT)เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่ม ปตท.บริหารจัดการแผนงานเพื่อรองรับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างแรง โดยส่วนหนึ่งจะเป็นการลดสต็อกน้ำมันในส่วนที่ธุรกิจโรงกลั่นหรือธุรกิจน้ำมัน ซึ่งบริษัทในเครือ ปตท.จะบริหารจัดการเองเพื่อลดผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันที่อาจจะเกิดขึ้นในไตรมาส 1/2563 หลังจากที่ราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งลงหนักช่วงนี้ จากหลายปัจจัยทั้งในส่วนของสงครามการค้า,การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กระทบต่ำความต้องการใช้ในตลาดโลก จนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก) และชาติพันธมิตรอย่างรัสเซียต่อประเด็นการลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้กลุ่มกองทุนเก็งกำไรเทขายสัญญาน้ำมันออกมา โดยราคาน้ำมันลงดีต่อประเทศไทย แต่มีผลต่อ stock loss ก็ต้องลดสำรองลง เพราะยิ่งเก็บสต็อกเยอะจะมีปัญหา โรงกลั่นมีสต็อกตามกฎหมาย และสต็อกที่เก็บเอง ซึ่งจะ vary ตามดีมานด์ที่ยังโอเวอร์ซัพพลาย แต่ระยะสั้นทำอะไรได้ไม่มากอะไรไม่จำเป็นก็ลดค่าใช่จ่าย เราเริ่มทำธุรกิจที่ไม่ขึ้นลงกับราคาน้ำมัน อย่างการค้าขายไฟฟ้า แต่เหตุการณ์คราวนี้กระทบโรงกลั่นและปิโตรเคมี ตรงนี้แค่ชั่วคราว โดยไตรมาส 1 ไม่ดีก็ไม่ดีเฉพาะ sector ที่เกี่ยวข้องเศรษฐกิจ น้ำมันเครื่องบิน โรงกลั่น ทั้งนี้ในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โอเปกและชาติพันธมิตรอย่างรัสเซีย ได้ร่วมประชุมประเด็นการลดกำลังการผลิตน้ำมันหลังจะสิ้นสุดความร่วมมือลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.7 ล้านบาร์เรล/วันในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ โดยโอเปกเสนอให้ลดการผลิตน้ำมันลงอีก 1.5 ล้านบาร์เรล/วัน ตั้งแต่เดือนเม.ย.จนถึงสิ้นปี 63 เพื่อชดเชยอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่รัสเซียไม่เห็นด้วยและต้องการให้ลดกำลังการผลิตตามโควตาเดิมจนถึงสิ้นสุดไตรมาส 2/63 ฉุดให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดเมื่อวันศุกร์ร่วงกว่า 10% ปิดที่ 41.28 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และล่าสุดซาอุดีอาระเบียประกาศวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตและลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ(OSP) สำหรับน้ำมันทุกเกรดที่ส่งมอบให้กับลูกค้าทุกประเทศ กดดันให้ราคาน้ำมันดิบเช้านี้ดิ่งกว่า 25% แตะระดับ 30.56 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล “ตลาดน้ำมันมีการเก็งกำไรเมื่อกองทุนต่างๆ เห็นว่าโลกมีวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันลดลงก็จะถอนการลงทุนออก เหมือนในช่วงปี 51 จากวิกฤติแฮมเบอเกอร์ และช่วงปี 57-58 ที่มีการค้นพบการผลิตจาก shale oil และ shale gas จำนวนมาก กองทุนจะถอนเงินไปลงทุนที่อื่นจะสะท้อนต่อราคาน้ำมันในตลาดให้สวิง เพราะเกิดจากการเก็งกำไร อย่างไรก็ตามมองว่าการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันลักษณะนี้จะเป็นชั่วคราว หลังจากนั้นจะฟื้นกลับขึ้นมาและกองทุนต่างๆจะกลับเข้ามาซื้อใหม่และเศรษฐกิจจะดีขึ้น” สำหรับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงไประดับ 30-40 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลจะทำให้หลายประเทศโดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่มีรายได้หลักจากน้ำมันจะอยู่ไม่ได้นาน และต้องปรับตัวเอง แม้แต่ผู้ผลิต shale oil และ shale gas ที่มีต้นทุนอยู่ราว 40-50 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลก็ต้องปรับตัว ซึ่งผู้ที่มีต้นทุนการผลิตสูงจะลดการผลิตลงมาจะทำให้ราคาฟื้นตัวได้ ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัจจุบันเริ่มคงที่ในจีนและในช่วงจากนี้จนถึงสิ้นปีนี้น่าจะมียารักษาได้ก็จะลดผลกระทบดังกล่าวได้เช่นกัน