หุ้นไทยผวาโควิด-19 ชี้ลงทุนหุ้นอานิสงส์ Bangkok Lockdown-Work At Home

เศรษฐกิจ24 มี.ค. 2563 • 10:10 น.
หุ้นไทยผวาโควิด-19 ชี้ลงทุนหุ้นอานิสงส์ Bangkok Lockdown-Work At Home
“โกลเบล็ก”ระบุหุ้นไทยส่อลงต่อ หลังประกาศ Bangkok Lockdown-Work At Home ส่งผลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอาจทำให้เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดหนักขึ้น ฟากนักลงทุนลดความเสี่ยงหันมาถือเงินสด โดยให้กรอบดัชนี 970-1,100 จุด แต่ยังคงแนะสะสมหุ้นได้อานิสงส์ Bangkok Lockdown- Work At Home เพราะราคาร่วงลงมาเยอะแล้ว ส่วนราคาทองคำเจอแรงกดดันต่อเนื่อง แนะกลยุทธ์ “ลงซื้อขึ้นขาย” ให้กรอบการเคลื่อนไหวราคาทองคำ 1,560-1,607 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงต่อ หลังกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกาศ Lockdown ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่มีงานทำเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งอาจให้เกิดการแพร่เชื้อในต่างจังหวัด ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 ยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสียชีวิตในโซนยุโรปและสหรัฐอเมริกาเร่งตัวขึ้นเช่นกัน และยังมีรายงานผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศต่างๆต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมาตรการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ของสหรัฐฯ ที่อาจจะออกมาล่าช้า ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยนักเศรษฐศาสตร์จากมอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่า DP ของสหรัฐในช่วง Q2/63 อาจร่วงลงได้ถึง 30.1% ขณะที่ประธานเฟดเซนต์หลุยส์เตือนว่าอัตราว่างงานสหรัฐอาจพุ่งแตะ 30% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่แกว่งตัวผันผวนยังคงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานไปด้วย จึงให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี 970-1,100 จุด นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 24 มี.ค.นี้จะมีการประชุมครม.คาดจะพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ของไทย และญี่ปุ่นจะมีการเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนม.ค.และอียู เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค. ส่วนสหรัฐเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค. และยอดขายบ้านใหม่เดือน ก.พ.63 ส่วนวันที่ 25 มี.ค.ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเปิดเผยรายงานการประชุม ส่วนสหรัฐจะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. ดัชนีราคาบ้านเดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ และในวันที่ 26 มี.ค.ทางธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย และสหรัฐฯเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ GDP ใน Q4/2562 และกำไรภาคเอกชน Q4/2562 โดยตอนนี้ต้องยอมรับว่านักลงทุนแถบไม่ได้มองปัจจัยต่างๆที่เห็นว่าเป็นเรื่องบวกเลย อาทิ ค่าเงินบาทที่อ่อนลงมาจะส่งผลดีต่อการส่งออกที่พลิกขยายตัว 1.51% ในเดือนก.พ.63 เมื่อหักการส่งออกทองคำ น้ำมัน และอาวุธออกแล้วก็ตาม และล่าสุด กนง.งัดไม้ตายลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มีผล 23 มี.ค.ที่ผ่านมาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้และจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (BSF) สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ และกระทรวงการคลังจะเตรียมเสนอมาตรการระยะ 2 ดูแลประชาชนที่ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันนี้ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุนได้ต่างปรับลดสถานะ เพื่อถือเงินสดไว้เป็นหลัก” ทั้งนี้แนะนำกลยุทธ์การลงทุน นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำว่าทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bangkok Lockdown เช่น MAKRO,BJC,CPALL,TU,TFMAMA และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการส่งเสริมการทำงานที่บ้าน เช่น ADVANC,INTUCH,DTAC,TRUE,JAS,JASIF,DIF,COM7,SIS และ SYNEX ส่วนราคาทองคำคาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์นี้ถูกกดดันจากแรงขายในทุกสินทรัพย์เนื่องจากนักลงทุนต้องการถือเงินสดในช่วงเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ แม้ว่าเฟดจะมีการประกาศ QE ออกมาอย่างต่อเนื่อง และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจนเหลือ 0% นอกจากนี้เฟดได้ประกาศทำข้อตกลงสว็อปกับธนาคารกลางประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเพิ่มสภาพคล่องดอลลาร์ อีกทั้งกองทุน SPDR เริ่มทยอยขายต่อเนื่องกว่า 23 ตันในสัปดาห์ก่อนเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ จึงแนะนำกลยุทธ์ลงซื้อขึ้นขาย ให้กรอบการเคลื่อนไหวราคาทองคำ 1,560-1,607 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์