ลงทุนหด-ท่องเที่ยวทรุด ธปท. รับ ศก. เดือน ม.ค. ถดถอย พิษโควิดรอบใหม่ ลุ้นเยียวยารัฐกระตุ้นกำลังซื้อ
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนายการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนมกราคม 2564 พบว่า เครื่องชี้หลายตัวเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไม่ทั่วถึงมากขึ้น อย่างไรก็ดีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมยังไม่รุนแรงเท่าการระบาดรอบแรก โดยธปท.จะมีการทบทวนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และจะมีการเผยแพร่ในปลายเดือนมีนาคมนี้
โดยภาพรวมเศรษฐกิจในเดือนมกราคม จะพบว่าการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวชะลอลงเหลือ 1.6% จากเดือนธันวาคมอยู่ที่ 6.1% ตามการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับความเชื่อมั่นธุรกิจที่ลดลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนหดตัวทุกหมวดการใช้จ่าย โดยหดตัว-3.7% จากเดือนก่อนหดตัว-3.4% เป็นผลมาจากระบาดระลอกใหม่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลง
ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวต่อ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวสูงต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน จากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังมีอยู่ ประกอบกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยยังมีจำนวนไม่มาก แม้ภาครัฐได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศไปบ้างแล้วในช่วงก่อนหน้า
ส่วนภาคผลิตอุตสาหกรรมหดตัวอยู่ที่-2.8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ทรงตัวเมื่อเทียบเดือนธันวาคม โดยหมวดที่หดคัวจะเป็นอาหารเครื่องดื่ม เป็นผลมาจากการผลิตน้ำตาล ปีโตเลียมจากน้ำมันเครื่องบิน รวมถึงหมวดยานยนต์ที่กลับมาหดตัวครั้งแรกจากยอดขายรถยนต์ที่ปรับลดลง
สำหรับภาคการส่งออกเห็นการฟื้นตัวเนื่องโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.5% (ไม่รวมทองคำ) เป็นผลมาจากอุปสงค์ประเทศคู่ค้า และวัฎจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโต และการส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศ โดยธปท.มองว่าการส่งออกจะยังคงฟื้นตัวต่อไประยะข้างหน้า เพราะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าฟื้นตัว และบรรยากาศการค้าโลกยังดีอยู่ ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้ากลับมาหดตัว-6.9% จากระยะเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมการนำเข้าทองคำที่กลับมาขยายตัว มูลค่าการนำเข้าหดตัวสูง-11.1% ตามการนำเข้าที่หดตัวสูงในเกือบทุกหมวดสินค้าสำคัญจากผลของฐานสูงในปีก่อน
ทั้งนี้การใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่รวมเงินโอนขยายตัวต่อเนื่องจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยรายจ่ายประจำกลับมาขยายตัวตามการเบิกจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการอยู่ที่ 2.2% สำหรับรายจ่ายลงทุนขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 0.3% ตามการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลาง ขณะที่การเบิกจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจกลับมาขยายตัวได้ 13.6%
ขณะที่ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นจากราคาอาหารสดที่ปรับลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านตลาดแรงงานปรับตัวแย่ลงจากผลของการระบาดระลอกใหม่ ส่วนหนึ่งสะท้อนจากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมที่สูงขึ้นอยู่ที่ 3.4% สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเล็กน้อยใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยดุลการค้าเกินดุลลดลงจากการนำเข้าทองคำที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน
“เศรษฐกิจเดือนมกราคมเครื่องชี้หลายตัวเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นจากผลกระทบการระบาดระลอกใหม่ของโควิด แต่ผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่ารอบแรก โดยระยะข้างหน้าต้องติดตามมาตรการในส่วนของมาตรการเยียวยาผ่านโครงการคนละครึ่ง และการเพิ่มวงเงินสวัสดิการแห่งรัฐเข้ามาช่วยเพิ่มกำลังซื้อของครัวเรือน และรวมถึงต้องติดตามโครงการ เราชนะ และ ม.33 เรารักกัน จะเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ระดับใด”