“พณ.”เบรกขึ้นราคาสินค้า ชี้ดีเซลขยับ 5 บาท/ลิตรกระทบต้นทุนไม่มาก
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่ได้รับการสั่งการจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้กรมวิเคราะห์ผลกระทบต้นทุนน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 5 บาท จาก 25 บาทต่อลิตร เพิ่มเป็น 30 บาทต่อลิตรต่อต้นทุนการผลิตสินค้า พบว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าไม่มาก จึงไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ผลิตจะใช้ในการปรับขึ้นราคา และได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาสินค้าไปก่อน
สำหรับผลการวิเคราะห์ เช่น สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่ม มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 1.45% ของใช้ประจำวัน เพิ่ม 1.1% วัสดุก่อสร้าง เพิ่ม 1.2% กระดาษและผลิตภัณฑ์ เพิ่ม 5% ปัจจัยการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช เพิ่ม 0.5% เป็นต้น นายวัฒนศักย์กล่าวว่า กรมได้ติดตามดูแลสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และเห็นว่ารัฐบาลได้เข้ามาดูแลราคาน้ำมันดีเซลอยู่แล้ว ไม่น่าที่จะปรับเพิ่มขึ้น คงจะอยู่ในระดับ 30 บาทต่อลิตร ซึ่งทำให้ต้นทุนสินค้าไม่ปรับเพิ่มไปมากกว่านี้
ส่วนต้นทุนในด้านการขนส่ง กรมได้มีการติดตามเช่นเดียวกัน พบว่ามีผลกระทบมากน้อยต่างกัน แล้วแต่ชนิดสินค้า แต่โดยภาพรวม ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามเร็ว ๆ นี้ กรมได้เชิญสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า ผู้ผลิตสินค้า ผู้ประกอบการ มาหารือเป็นรายกลุ่มสินค้าแล้ว เพื่อประเมินสถานการณ์สินค้าแต่ละรายการ และได้แจ้งขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้า
"กระทรวงพาณิชย์ไม่มีนโยบายให้ปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ ยกเว้นผู้ผลิต ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้จริง ก็จะพิจารณาเป็นรายๆไป โดยมีหลักคือ ผู้บริโภคต้องไม่เดือดร้อนจนเกินไป และผู้ผลิตต้องอยู่ได้"
สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าพบว่า หลายรายการมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เช่น ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการทำการเกษตร โดยราคาแม่ปุ๋ยยูเรีย ลดลง 17% จากราคาในเดือน ธ.ค.2564 อยู่ที่ 953 เหรียญสหรัฐต่อตัน เหลือ 790 เหรียญสหรัฐต่อตัน ฟอสเฟต ลดลง 5% จากราคา 908 เหรียญสหรัฐต่อตัน เหลือ 859 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนโปรแตช เพิ่มขึ้น 8% จาก 665 เหรียญสหรัฐต่อตัน เป็น 724 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่ที่ใช้เยอะคือ ยูเรีย ซึ่งจะทำให้แนวโน้มราคาปุ๋ยในประเทศปรับตัวลดลง
ขณะที่สินค้าในกลุ่มอุปโภคบริโภค ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตให้ตรึงราคาได้แล้วหลายกลุ่ม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซอสปรุงรส นมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารกระป๋อง อาหารสดเช่น ไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมูที่ล่าสุดหลังจากตรึงราคาหน้าฟาร์ม ส่งผลให้ราคาทรงตัว และปัจจุบันเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ส่วนการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หากมีการปรับขึ้นแบบขั้นบันไดจริง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการทำอาหารปรุงสำเร็จ ต่อจาน/ชาม แค่หลักสตางค์ ขอแจ้งเตือนไปยังผู้ค้า อย่าใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคา
นอกจากนี้ กรมยังมีแผนที่จะประสานงานไปยังซัปพลายเออร์ เพื่อให้จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคต้นทุนถูกเช่น ของใช้ส่วนบุคคล สบู่ แชมพู ยาสระผม ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เป็นต้น ให้กับร้านค้าธงฟ้าที่มีอยู่ 1.3 แสนราย เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภค และช่วยลดภาระค่าครองชีพ รวมทั้งกำลังพิจารณาจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูก เพื่อแทรกแซงตลาดตามความจำเป็น หากพบว่าสินค้ากลุ่มใดมีราคาปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ได้รับงบประมาณกลางจากรัฐบาลในการจัดทำโครงการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน