กทพ. ทุ่มงบลงทุนกว่า 3.6 แสนล้าน วาดฝันเส้นทางด่วนใหม่ 10 สายทาง แก้รถติด!
การเดินทางของคนเมือง ณ เวลานี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอบนท้องถนน คือ “การจราจรติดขัด” ซึ่งแนวทางการแบ่งเบาปัญหาการจราจร และช่วยประหยัดเวลาในการนเดินทาง คือ การใช้ทางด่วนพิเศษ โดย “การทางพิเศษแห่งประเทศไทย” (กทพ.) มีเส้นทางโครงข่ายทางด่วนที่เปิดให้บริการรวม 8 สายทาง ระยะทางรวม 224.6 กิโลเมตร และในอนาคตมีแผนพัฒนาโครงข่ายทางด่วนเพิ่มอีก 10 สายทาง ทั้งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และโครงข่ายทางด่วนในจังหวัดภูมิภาค วงเงินทุนมากกว่า 3.6 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ “นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข” ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยกับสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ว่า กทพ.อยู่ระหว่างพัฒนาโครงข่ายทางด่วนเพิ่มเติม จำนวน 10 สายทาง อาทิ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ด้านตะวันตก ระยะทาง 18.7 กม. มูลค่าลงทุน 31,244 ล้านบาท โดยเส้นทางนี้ กทพ.มีแผนที่จะเปิดบริการบางส่วนก่อนช่วงกลางปี จากนั้นจะเป็นการเปิดให้บริการเต็มระบบปลายปี 2567 ,โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กม. ค่าลงทุน 14,670 ล้านบาท (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5,792 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 8,878 ล้านบาท) ,โครงการทางพิเศษฉลองรัชส่วนต่อขยาย (ช่วงจตุโชติ-ถนนลำลูกกา) ระยะทาง 16.2 กม. ค่าลงทุน 24,060 ล้านบาท (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3,727 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 20,333 ล้านบาท) เป็นโครงการที่ ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 ก่อนมีการประกาศยุบสภา ซึ่งตามแผนงานจะเปิดประมูลได้ในเดือน พ.ค. 2566 ขณะที่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กรณีปรับแนวไปเชื่อมกับ MR 10 ของกรมทางหลวง หากศึกษาเสร็จจะเสนอ ครม.ต่อไป
โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ระยะที่ 1 (ตอน N2 ถนนประเสริฐมนูญกิจ-ถนนวงแหวนรอบนอกฯ ด้านตะวันออก) ระยะทาง 11.3 กม. มูลค่าลงทุน 16,960 ล้านบาท จะประมวลข้อมูลสรุปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.พิจารณาในเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อเตรียมเสนอ ครม.ขออนุมัติ ซึ่งโครงการ N2 จะเป็นโครงการทางด่วนสายแรกที่ กทพ.จะนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่พิจารณา ,โครงการระยะที่ 2 (ส่วนทดแทนตอน N1 ศรีรัช-ถนนประเสริฐมนูญกิจ) ระยะทาง 11 กม. มูลค่าลงทุน 31,747 ล้านบาท (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,000 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 30,747 ล้านบาท) ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการฯ มีความคืบหน้า 41.49% โดยวันที่ 5 เม.ย. 2566 ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (การปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการฯ โดยจุดเริ่มต้นจะเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชที่ทางแยกต่างระดับงามวงศ์วาน อุโมงค์ขนาด 4 ช่องจราจร ลอดใต้ถนนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ผ่าน ม.เกษตรศาสตร์ และยกระดับเชื่อมต่อทางพิเศษตอน N2
โครงข่ายทางสนับสนุนการเชื่อมต่อระบบขนส่งหลักของประเทศ ช่วงจังหวัดสมุทรสาคร-จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 71.6 กม. (ทางด่วนริเวียร่า) ค่าลงทุน 109,250 ล้านบาท (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,250 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 95,000 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่าย MR10 หรือถนนวงแหวนรอบที่ 3 ซึ่งถือว่ามีระยะทางยาวมาก จุดเริ่มต้น บนถนนพระราม 2 (ทล.35) ที่ จ.สมุทรสาคร ข้ามแม่น้ำท่าจีน และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ จ.สมุทรปราการ และสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับโครงข่าย MR10 ,โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ระยะทาง 20 กม. ค่าลงทุน 33,900 ล้านบาท (ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2,500 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 31,400 ล้านบาท) รับโอนจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เมื่อเดือน ก.ค. 2565 เตรียมจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสม จากข้อมูลเดิมค่าลงทุนสูง เป็นการก่อสร้างสะพานข้ามเกาะ ซึ่งพบว่ามีจุดที่มีร่องน้ำลึก โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการจากแผ่นดินใหญ่จ.นครศรีธรรมราช หรือ จ.สุราษฎร์ธานี มีรูปแบบเป็นสะพานขึง (Cable-Stayed Bridge) เชื่อมข้ามทะเลอ่าวไทยไปสิ้นสุดโครงการที่บริเวณตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย และโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง ระยะทาง 6 กม. ค่าลงทุน 15,000 ล้านบาท จุดเริ่มต้นโครงการในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ จ.ตราด เชื่อมข้ามทะเลอ่าวไทยไปสิ้นสุดโครงการที่อำเภอเกาะช้าง จ.ตราด กทพ.จะทำการศึกษาความเหมาะสมโครงการฯในปีนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ นายสุรเชษฐ์ กล่าวถึงโครงการระบบจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow)ว่า เทคโนโลยี และการทำงานของระบบ M-Flow Single Platform จะเป็นทางเลือกใหม่ของการชำระค่าผ่านทางพิเศษที่สะดวกรวดเร็วขึ้น โดย ไม่ต้องหยุด หรือ ชะลอรถ ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีการทำงาน แบบ Video Tolling โดยระบบกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (Automated License Plate Recognition) ด้วยเทคโนโลยี AI ร่วมกับระบบการตรวจจับยานพาหนะอัตโนมัติ (AVI) เพื่อใช้ตรวจสอบยานพาหนะ และระบุตัวตนผู้ใช้ทาง
การใช้งานระบบ คือ 1.ลงทะเบียน ผ่านโมบายแอพฯ เว็บไซต์ หรือ ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โดยแจ้งข้อมูล ส่วนบุคคล เบอร์โทร อีเมล เลขทะเบียน รถยนต์ที่จะใช้บริการ วิธีและรูปแบบ ชำระเงิน 2.ขับรถยนต์ที่สมัครลงทะเบียนไว้ เข้าช่องทางที่มีสัญลักษณ์ M-Flow ซึ่งไม่มีไม้กั้น โดยสามารถวิ่งผ่านได้อย่างสะดวกรวดเร็ว 3.รองรับการใช้ความเร็วสูงสุด 160 กม.ต่อชม. โดยสามารถระบายรถได้เร็วกว่าระบบเดิม 5 เท่า 4.รองรับการใช้งานของรถ ทุกประเภท ทั้งรถยนต์ 4 ล้อ/6-10 ล้อ/ มากกว่า 10 ล้อ 5.มีระบบการแจ้งเตือนการใช้งานผ่าน Mobile Application และอีเมล รวมถึงสามารถตรวจสอบผ่านบริการ SMS
ด้านระบบการชำระเงิน คือ 1.ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ บริการในการชำระเงินค่าผ่านทางได้อย่างสะดวกสบายและหลากหลายช่องทาง 2.สามารถเลือกวิธีชำระเงิน ทั้งแบบชำระเป็นรายครั้งที่วิ่งผ่านทาง (ภายใน 2 วัน) หรือชำระตามรอบบิล รายเดือน 3.รูปแบบชำระเงินด้วยตนเอง เช่น การชำระเงินผ่านเว็บไซต์ หรือโมบายแอพพลิเคชั่นของระบบ M-Flow ด้วยบัตรเครดิตหรือ บัตรเดบิต การชำระเงินด้วยการสแกน QR Code ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น ของธนาคาร การจ่ายเงินผ่านตู้ ATM หรือ เคาน์เตอร์ตัวแทนให้บริการ เป็นต้น 4.รูปแบบชำระเงินผ่านบริการตัดเงินด้วยระบบอัตโนมัติ เช่น ตัดบัญชีธนาคาร ตัดบัญชีบัตรเดบิต ตัดบัตรเครดิต ตัดบัญชีเติมเงิน Pre-Paid ของระบบ Easy Pass/M-Pass
หลังจากนี้เมื่อโครงการก่อสร้างเส้นทางต่าง ๆแล้วเสร็จ! การจราจรของคนเมืองจะคล่องเหมือนที่ฝันไว้หรือไม่!!!