คลังเชื่อคลายล็อกเศรษฐกิจฟื้นส่งออกขยายตัวทะลุ 7 แสนล้าน
"รมว.คลัง"เชื่อคลายล็อกช่วยดันเศรษฐกิจฟื้นปลายปี ด้านดัชนีอุตฯเดือน ก.ค.64 ขยายตัว 5.12% บวกต่อเนื่อง 5 เดือน ส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักทะลุ 7 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่คลายล็อกกิจการบางประเภทและเปิดให้นั่งทานในร้านอาหารได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นั้น การคลายล็อกครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้กลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดการเดินทางมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมทั้งหมดนั้นจะต้องเข้มงวดในเรื่องมาตรการสาธารณสุข คือ การป้องกันสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด
ส่วนกระทรวงการคลังจะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังคงไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 (เฟส 3) ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ยังดำเนินการอยู่จนถึงสิ้นปี 2564 ประกอบกับมาตรการเยียวยาต่างๆจากหลายกระทรวงที่รัฐบาลมอบหมาย ก็ยังมีการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอยู่
"ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างนิ่ง ในการประชุมศบค.มองว่าถ้าล็อกดาวน์ต่อไปประเทศจะทำอะไรไม่ได้ กิจกรรมในต่างจังหวัดก็จะไปไม่ได้ แต่ถ้ามีการผ่อนคลายจะทำให้คนเดินทางได้ สามารถกลับไปเยี่ยมบ้านหรือไปทำธุรกิจได้ ซึ่งในส่วนนี้โรงแรมในต่างจังหวัดก็จะได้ประโยชน์ ร้านอาหารตามต่างจังหวัดก็ได้ประโยชน์ด้วย ส่งผลช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้" นายอาคม กล่าว
วันเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาคการผลิตอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ค.64 ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ที่มีความต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น ภาคการผลิตของไทยจึงได้รับอานิสงค์สามารถขยายการผลิตเพื่อส่งออกได้มากขึ้น โดยการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในคลัสเตอร์โรงงานอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้ สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแรงงานในสถานประกอบการ ปัจจุบันยังไม่ส่งผลต่อการจ้างงานและการผลิตภาคอุตสาหกรรมในภาพรวม สะท้อนได้จากดัชนีแรงงานอุตสาหกรรมเดือนก.ค.64 ยังคงขยายตัวร้อยละ 3.41 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวของกับปีก่อนซึ่งแสดงให้เห็นจำนวนชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ค.64 อยู่ที่ระดับ 91.41 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.12 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลให้ MPI ขยายตัว อาทิเช่น รถยนต์และเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ เป็นต้น เนื่องจากมีความต้องการตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากตัวเลขการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยาน) มูลค่า 541,763.15 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 28.67 ส่วนการนำเข้าสินค้าทุน ขยายตัว ร้อยละ 35.40 ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ รวมถึงการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 50.11 ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น