สรรพากรขยายฐานภาษี เร่งตามธุรกิจออนไลน์-ออฟไลน์เลี่ยง 6 ล้านรายเข้าระบบ ยันมีข้อมูลในมือ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ให้เร่งขยายฐานจัดเก็บภาษี โดยในปี 2564 ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน (Object to Key Result หรือ OKR) 2 เรื่องคือ 1.ขยายฐานผู้เสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 5 แสนราย 2.จัดเก็บภาษีให้เข้าเป้าหมายที่วางไว้ 2.085 ล้านล้านบาท จากปี 2563 ที่จัดเก็บภาษีได้ 1.83 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.8 แสนล้านบาท เนื่องจากผลกระทบโควิด-19
โดยกรมฯจะเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งคิดเป็นกว่า 40% ของรายได้ของกรมฯที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐบาลที่ออกมาเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศทั้งมาตรการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน ก็จะมีภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืนมา สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว
ส่วนการขยายฐานภาษีเพิ่มอีก 5 แสนราย มาจากข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพบว่า ยังมีอีกกว่า 6 ล้านรายที่ไม่เคยมายื่นแบบเสียภาษี ทั้งที่เป็นธุรกิจออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีถูกต้อง บางรายประกอบธุรกิจ เช่น ขายเคสโทรศัพท์มือถือออนไลน์ มีรายได้หลายแสนบาท มีเงินส่งให้ครอบครัว แต่ไม่รู้ว่าเป็นรายได้ที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีก็ต้องเร่งดึงเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ให้ความรู้ผู้เสียภาษี ซึ่งกรมฯมีข้อมูลทั้งหมดแล้ว
สำหรับในเดือน มี.ค.นี้ถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมฯจะเร่งไปติดตามผู้อยู่นอกฐานเสียภาษีเข้าข่ายหลบเลี่ยงอีกกว่า 6 ล้านราย มาเสียภาษีให้ถูกต้อง ยอมรับว่าที่ผ่านมาเริ่มมีผู้ประกอบการร้องเรียนมาที่กรมฯว่า คู่แข่งทำไมไม่เข้าสู่ระบบภาษี
ทั้งนี้การยื่นภาษีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2562 ที่ยื่นในปี 2563 มีจำนวนผู้ยื่นแบบรวม 9.55 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.5 แสนราย แต่มีผู้เสียภาษีจริง โดยพิจารณาจากฐานรายได้ 25,000 บาทต่อเดือน ต้องเสียภาษี มีผู้เสียภาษีแค่ 3.3 ล้านรายเท่านั้น
ขณะเดียวกันจะเร่งขยายฐานภาษีในส่วนภาษเงินได้นิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีการจดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์กว่า 6 แสนราย แต่มาเสียภาษี (ภ.ง.ด.50/51) เพียง 4.5 แสนรายเท่านั้น จำเป็นต้องนำมาอยู่ในฐานภาษีให้หมด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้เสียภาษี