VISTEC จับมือพันธมิตร พัฒนาแอปพลิเคชัน“CHIVID” เพิ่มประสิทธิภาพดูแลผู้ป่วยโควิด-19

เศรษฐกิจ1 ต.ค. 2564 • 16:59 น.
VISTEC จับมือพันธมิตร พัฒนาแอปพลิเคชัน“CHIVID” เพิ่มประสิทธิภาพดูแลผู้ป่วยโควิด-19
ปัจจุบันแอปพลิเคชันถูกพัฒนาให้มีการใช้งานที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกที่หลายหน่วยงานจะนำ มาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะวงการแพทย์ ซึ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 การพัฒนา แอปพลิเคชัน เพื่อช่วยสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ในการติดตามอาการและดูแลรักษากลุ่มผู้ป่วยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดอัตราการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 และการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องทันท่วงที ทั้งนี้ ปตท. ได้สนับสนุนสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน CHIVID ในการเฝ้าระวังและติดตามสังเกตอาการของผู้ป่วยในระยะทางไกล โดยส่งข้อมูลเข้าระบบ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยในการจัดการข้อมูลก่อนการวินิจฉัยโดยแพทย์ สำหรับ แอปพลิเคชัน CHIVID ถูกนำไปใช้ติดตามผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน กักตัวในชุมชน และโรงพยาบาลสนาม อาทิ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร. โรงพยาบาลกระทุ่มแบน โรงพยาบาลบางปะกง และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมีแผนที่จะขยายฐานข้อมูล และเซิร์ฟเวอร์ เพื่อรับรองจำนวนข้อมูลผู้เข้าใช้งานที่เพิ่มขึ้น เพิ่มจำนวนสถานพยาบาลสำหรับการรองรับผู้ป่วยพร้อมทั้งการฝึกอบรมการใช้งานแอปพลิเคชัน การติดตามประสานงานระหว่าง สถานพยาบาลและผู้พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการช่วยเหลือ รายงานปัญหาระหว่างการใช้แอปพลิเคชัน รวมถึงการจัดเตรียมบุคลากรเพื่อการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล สำหรับพัฒนาโมเดล AI ในการคัดกรองและติดตามผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้รวดเร็วแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาฟีเจอร์ใหม่บนแอปพลิเคชัน CHIVID อาทิ วิดีโอการหายใจของผู้ป่วย โดยปกติแล้วบุคลากรทางการแพทย์ต้องนับอัตราการหายใจของผู้ป่วยโดยสังเกตจากคลิปวิดีโอที่ได้รับมาจากผู้ป่วยซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานาน จึงมีแผนพัฒนาฟีเจอร์สำหรับประมาณค่าอัตราการหายใจจากคลิปวิดีโอแบบอัตโนมัติ ข้อมูลสัญญาณชีพ (Vital sign) ของผู้ป่วยในแต่ละช่วงเวลา นำมาใช้เพื่อวิเคราะห์และทำนายอาการของผู้ป่วยว่ามีแนวโน้ม ที่จะดีขึ้นหรือแย่ลงภายในจำนวนกี่วัน จากข้อมูลรายงานย้อนหลัง ข้อมูลการ Label สถานะของผู้ป่วยจากแพทย์ เนื่องจากเกณฑ์ในการกำหนดสถานะของผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงจากหลายปัจจัย อาทิ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส และโรคประจำตัว นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มความสามารถเพื่อให้มีความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วยให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ภายในประเทศ อาทิ Health Link, SI-VISTEC Sandbox, VISAI และพัฒนาเป็นระบบการติดตามสถานการณ์ด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ การพัฒนาแอปพลิเคชันดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดในระบบการดูแลสุขภาพของประเทศอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่มุ่งเน้นการดูแลรักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศในอนาคต ​​​​​​​“ กวัก มรกต”