งัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ “สมคิด” ชง ครม.เศรษฐกิจ 19 สค. นี้ จี้ รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน

เศรษฐกิจ7 ส.ค. 2562 • 06:50 น.
งัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ “สมคิด” ชง ครม.เศรษฐกิจ 19 สค. นี้ จี้ รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน
"สมคิด"คาดนำเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้า ครม.เศรษฐกิจ 19 ส.ค.นี้ ไล่บี้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน พร้อมเสนอโครงการเพิ่มเติม มั่นใจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือปี 62 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดอีก 2 สัปดาห์แล้วเสร็จ และเสนอเข้าที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ พิจารณา โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะประชุมนัดแรกวันที่ 19 ส.ค.62 ทั้งนี้ได้กำชับให้หน่วยงานทั้งหมดพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนจะเป็นมาตรการยาแรงหรือไม่ใช่ยาแรง และใช้งบประมาณในการดำเนินการเท่าไหร่ให้ไปถามรมว.คลัง สำหรับมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุน แต่ในรายละเอียดเป็นหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้ามาให้พิจารณา หลังจากนี้จะมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อสรุปรายละเอียดก่อนเสนอครม.เศรษฐกิจ และ ครม.ชุดใหญ่ ตามขั้นตอนต่อไป นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)กล่าวว่า กระทรวงการคลัง โดย สคร.ได้จัดประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ 19 แห่ง รวมถึงผู้บริหารบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ 5 แห่งที่มีวงเงินลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อรับนโยบายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจัดทำการลงทุนใหม่ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2562 ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือ ผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 2 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ เช่น ให้เร่งรัดตรวจรับงวดงานให้เร็วขึ้น และเร่งรัดงวดงานที่ทำได้ทันทีให้ดำเนินการเร็วขึ้น รวมทั้งให้รัฐวิสาหกิจเร่งจัดทำโครงการลงทุนเพิ่ม โดยสำหรับรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน ให้พิจารณาเสนอโครงการลงทุนที่มีความพร้อมและมาดำเนินการในปี 2562 และสำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ ให้พิจารณาปรับเพิ่มกรอบงบลงทุนปี 2563 โดยให้เน้นการลงทุนในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562 (ต.ค.-ธ.ค.62)ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ได้มอบหมายให้ สคร.จัดทำระบบการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้เข้มข้นมากขึ้น และให้มีการประสานงานระหว่างกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งหากติดขัดให้รายงาน รมว.คลังทันที นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร.กล่าวว่า ภาพรวมการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ ปี 2562 มีผลการเบิกจ่ายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ต.ค.61- มิ.ย.62) จำนวน 129,815 ล้านบาท หรือคิดเป็น 87% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม โดยเป็นผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณจำนวน 71,525 ล้านบาท และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินจำนวน 58,290 ล้านบาท สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ สคร.กำกับดูแล 45 แห่ง ที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ และสามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าแผนหลายโครงการเฉพาะการลงทุนพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง- สมุทรปราการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)และการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคเช่น งานก่อสร้างปรับปรุงขยายของการประปาส่วนภูมิภาค โครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ทั้งนี้มีโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนเช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-ชุมพรของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หรือ AOT และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก “แม้ปัจจุบันโครงการเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การก่อสร้าง และเริ่มมีการตรวจรับงานและทยอยเบิกจ่ายได้แล้ว แต่เนื่องจากปัญหาความล่าช้าในช่วงแรกส่งผลให้การดำเนินโครงการและการเบิกจ่ายของโครงการในภาพรวมยังล่าช้ากว่าแผน”