- โฆษณา -

สคร. เก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม Q1/66 จำนวนกว่า 6 หมื่นล้าน

เศรษฐกิจ10 ม.ค. 2566 • 18:13 น.
สคร. เก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม Q1/66 จำนวนกว่า 6 หมื่นล้าน

นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2566 สคร. มีเป้าหมายในการจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 (เงินนำส่งรายได้แผ่นดินฯ) จำนวน 149,600 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2566 (1 ตุลาคม 2565 - 31 ธันวาคม 2565) สคร. สามารถจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน 60,546 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของเป้าหมายการจัดเก็บในปีงบประมาณ 2566 ซึ่งสูงกว่าประมาณการสะสมจำนวน 18,940 ล้านบาท โดยเงินนำส่งรายได้แผ่นดินส่วนใหญ่มาจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ธนาคารออมสิน และการไฟฟ้านครหลวง เป็นต้น

- โฆษณา -

ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้แผ่นดินสะสมสูงสุด 10 อันดับแรก ณ สิ้นไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2566 มีดังนี้

      หน่วย : ล้านบาท

ลำดับที่ รัฐวิสาหกิจ เงินนำส่งรายได้แผ่นดิน 

1 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 18,979

2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 8,637

3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 8,505

4 ธนาคารออมสิน 8,055

5 การไฟฟ้านครหลวง 3,804

6 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2,731

7 การท่าเรือแห่งประเทศไทย 2,577

8 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 2,011

9 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1,500

10 การประปานครหลวง 1,204

11 อื่นๆ  2,543

รวม 60,546

        หมายเหตุ : ข้อมูลเงินนำส่งรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลัง โดย สคร. จัดเก็บ ไม่รวมเงินนำส่งรัฐประเภทอื่น เช่น ภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ปีงบประมาณ 2566 เป็นการจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากผลประกอบการในปี 2565 ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 มีเงินนำส่งรายได้แผ่นดินฯ สะสมสูงกว่าประมาณการสะสม เนื่องจากรัฐวิสาหกิจบางแห่งสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าที่ประมาณการไว้ และรัฐวิสาหกิจบางแห่งนำส่งเงินรายได้แผ่นดินโดยเป็นรายการค้างนำส่งจากปีก่อนซึ่งไม่ได้ประมาณการไว้ในปีงบประมาณ 2566 อย่างไรก็ดี สคร. จะกำกับติดตามการนำส่งรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจ อย่างใกล้ชิด โดยจะพิจารณาผลประกอบการ มาตรการของภาครัฐ และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินฯ เป็นกลไกในการช่วยรักษาเสถียรภาพทางการคลังต่อไป