ขุนคลังย้ำอธิบดีธนารักษ์-กรมบัญชีกลางต้องรับผิดชอบปมอินไซด์หุ้นบางจากก่อนควบรวมกิจการเอสโซ่
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงกรณี 2 อธิบดีกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าซื้อขายหุ้นในบริษัทดังกล่าวในขณะที่บริษัทกำลังเข้าซื้อกิจการใน บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ว่า เป็นเรื่องความรับผิดชอบของอธิบดีทั้งสองที่ต้องไปดูแลเอง และยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้
"เรื่องนี้ทั้ง 2 อธิบดีต้องไปพิจารณากันเอาเอง และเป็นความรับผิดชอบของทั้ง 2 ท่าน ขณะที่เรื่องจริยธรรม ความโปร่งใสมีกติกาอยู่แล้ว เรื่องการเทรดต่างๆถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องดูในเรื่องกฎระเบียบ ส่วนต้องตั้งคณะกรรมการสอบหรือไม่ เรื่องนี้มีกฎระเบียบและกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว”
เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังจำเป็นต้องมีการปรับปรุงจริยธรรมผู้บริหารกระทรวงการคลังในการเข้าไปเป็นกรรมการผู้แทนในกิจการต่างๆของกระทรวงการคลังให้มีความชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ นายอาคม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมันมีกติกาอยู่แล้ว โดยการให้หุ้นแก่พนักงานและบอร์ดนั้นถือเป็นสิทธิ์พื้นฐาน แต่การที่กรรมการเข้าไปเทรดหรือซื้อขายหุ้นนั้น ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
รายงานข่าวแจ้งว่า ในรายงานผ่านเว็ปไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือก.ล.ต.ระบุ 2 อธิบดีกระทรวงการคลังคือ นายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ และนางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง ทั้งสองดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทบางจากได้เข้าซื้อขายหุ้นในบริษัทบางจาก โดยนายจำเริญ ได้เข้าซื้อทั้งหมดจำนวน 3 ครั้งจำนวน 6 แสนหุ้น ก่อนที่บางจากจะเซ็นสัญญาเข้าซื้อเอสโซ่ และได้ขายออกจำนวน 1.5 แสนหุ้น หลังบางจากเซ็นสัญญาซื้อเอสโซ่เพียง 1 วัน ส่วนนางสาวกุลยา ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 3 แสนหุ้น และขายออกทันที ก่อนที่บางจากจะเซ็นสัญญาซื้อกิจการเอสโซ่
โดยกรณีดังกล่าว ทำให้ทั้งสองรายถูกตั้งข้อสังเกตว่า อินไซด์ข้อมูลการซื้อขายหุ้นในขณะเป็นคณะกรรมการบางจากหรือไม่ และการรับหุ้นจากบริษัทนั้นถือว่า ผิดจรรยาบรรณต่อการเป็นกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังหรือไม่ อย่างไรก็ดีทั้ง 2 คนได้ชี้แจงยืนยันว่า การซื้อขายหุ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นการอินไซค์ข้อมูล และการรับซื้อหุ้นเป็นการใช้สิทธิ์ในการรับผลตอบแทนที่บริษัทจัดสรรให้กับคณะกรรมการและพนักงานเท่านั้น