ครม. เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. จัดซื้อรถโดยสารใหม่
ครม. เห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. จัดซื้อรถโดยสารใหม่ ปรับปรุงสภาพรถเดิม พร้อมนำเทคโนโลยีมาปรับใช้พัฒนาระบบการทำงาน เล็งเปิดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ลดค่าใช้จ่ายพนักงาน
วันที่ 25 มิ.ย.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบในหลักการแผนฟื้นฟูกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อให้ ขสมก. ใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงระบบการทำงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความสามารถในการหารายได้และการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารองค์กรที่ยั่งยืนและลดภาระกับภาครัฐ เนื่องจาก ขสมก. ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่องและมีหนี้สินคงค้างจำนวนมาก
โดยสภาพปัญหา ขสมก. ได้แก่ สภาพรถโดยสารประจำทาง สภาพรถ รถโดยสารเก่าและทรุดโทรม/จำนวนไม่เพียงพอต่อการให้บริการ รวมทั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่โครงสร้างองค์กร ขสมก. มีพนักงานทั้งหมด 13,599 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2561) คิดเป็นสัดส่วนต่อรถ 1 คัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของพนักงาน 5.14 คน ซึ่งต้นทุนในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานะทางการเงิน รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.เพื่อปรับปรุงระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดย จัดหารถโดยสารใหม่/ปรับปรุงสภาพรถเดิม เช่น ซื้อรถ NGV ปรับปรุงรถ NGV เดิม ซื้อรถไฮบริด รถ EV เช่ารถโดยสารใหม่ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น ติดตั้งระบบ E-Ticket ชำระค่าโดยสารด้วย QR-Code ติดตั้งระบบ GPS ให้บริการ WIFI บนรถ และการปรับปรุงเส้นทางเดินรถ เช่น เชื่อมต่อเส้นทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ให้บริการเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ และ2.เพื่อให้ ขสมก. สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ โดยลดค่าใช้จ่ายพนักงาน เช่น โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ปรับโครงสร้างองค์กรให้กระชับลง ลดพนักงานเป็น 2.75 คนต่อรถ 1 คัน ในปี 2565 ลดค่าซ่อมบำรุงและค่าเชื้อเพลิง เช่น จัดหารถใหม่ให้ได้ตามแผน เพื่อลดค่าซ่อมบำรุง และจัดหารถที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นแทนน้ำมันดีเซล เพิ่มรายได้ เช่น พัฒนาพื้นที่อู่บางเขนเป็นศูนย์การค้า โรงแรมระดับบน และพื้นที่อู่มีนบุรีเป็นตลาด และการบริหารหนี้สิน
“ทั้งนี้ หลังการฟื้นฟู คาดว่า รถโดยสารมีคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น สามารถอำนวยความสะดวกและยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชน มีการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ รองรับภารกิจในอนาคต มุ่งสู่ BMTA 4.0 และที่สำคัญ ขสมก. มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี สามารถเลี้ยงตนเองได้ ลดภาระกับภาครัฐ และสามารถแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน”นายณัฐพร กล่าว