บิ๊กตู่เตรียมคิ๊กออฟถนนจากยางพาราสร้างเสถียรภาพราคายางในประเทศ

เศรษฐกิจ22 ส.ค. 2563 • 08:10 น.
บิ๊กตู่เตรียมคิ๊กออฟถนนจากยางพาราสร้างเสถียรภาพราคายางในประเทศ
วันที่ 22 ส.ค.63 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการนำร่องการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการศึกษา และวิจัยพบว่า มี 2 ผลิตภัณฑ์ ที่มีความเหมาะสม และมีปริมาณยางพาราเป็นส่วนผสมจำนวนมาก สามารถลดความรุนแรงของการชนปะทะได้คือ “แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต” (Rubber Fender Barrier : RFB) และ “หลักนำทางยางธรรมชาติ” (Rubber Guide Post : RGP) โดย นายปฐม กล่าวต่อว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำคณะไปทดสอบความมั่นใจในด้านความปลอดภัยก่อนนำมาใช้งานจริง ได้ทำการทดสอบทั้งในประเทศไทย และประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้รถยนต์ และรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าชน เพื่อวัดแรงปะทะที่เกิดขึ้น ผลการทดสอบพบว่า ผู้ขับขี่ได้รับค่าแรงกระแทกน้อยกว่าค่ามาตรฐาน สามารถลดอัตราความรุนแรงที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ และเสียชีวิตได้เป็นอย่างมาก กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จึงได้นำแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต RFB และ หลักนำทางยางธรรมชาติ RGP มาเริ่มการใช้งานจริง " เมื่อครบกำหนด 3 ปี วัสดุยางพารา ในปีที่ 1 จะเสื่อมสภาพ ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จะต้องมีการรับซื้อน้ำยางพาราเพื่อมาผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต RFB และ หลักนำทางยางธรรมชาติ RGP อย่างต่อเนื่องในทุกปี เท่ากับจะมีการตั้งงบประมาณ เพื่อซื้อน้ำยางพารา ปีละประมาณ 3.5 แสนตัน ในทุก ๆ ปี” นายปฐม กล่าว
พิเชษฐ์  วิริยะพาหะ
พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ
ด้าน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมในโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 แล้วกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ในปีที่ผ่านมามีสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 807 แห่ง สมาชิก 223,155 ราย พื้นที่ปลูกยางพาราของสมาชิก 3.46 ล้านไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 820,647 ตัน จากการคาดการณ์ในระยะที่ 1 นี้ จะสามารถรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรได้ 34,481 ตัน คิดเป็นเงินที่เกษตรกรได้รับประมาณ 952 ล้านบาท เมื่อคิดตลอดโครงการฯ ถึงปีงบประมาณ 2565 จะรวบรวมน้ำยางสดจากเกษตรกรได้ 1.007ล้านตัน คิดเป็นเงินที่เกษตรกรได้รับ 30,108 ล้านบาท อีกทั้งยังจะสร้างเสถียรภาพด้านราคายางพารา และสร้างความเชื่อมั่นในอาชีพแก่ชาวสวนยางพาราได้เป็นอย่างดี