"ศักดิ์สยาม"รณรงค์"เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย"ป้องฝุ่น PM 2.5

เศรษฐกิจ2 มี.ค. 2563 • 15:23 น.
"ศักดิ์สยาม"รณรงค์"เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย"ป้องฝุ่น PM 2.5
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ "เช็กรถก่อนใช้ ครอบครัวปลอดภัย สังคมไทยปลอดฝุ่น" ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี 2563 พร้อมด้วย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงฯ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ และนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ร่วมพิธี โดยมี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้การต้อนรับ รมว.คมนาคม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติ และให้ความมือร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหา ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งแม้ว่า ขบ. และกระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่จะให้ประสบผลสำเร็จ 100% ต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ต้องการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด หรือถึงขั้นต้องใช้มาตรการกำหนดอายุการใช้งานของรถและการเก็บภาษีใช้รถในกรุงเทพมหานคร ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน และขอเชิญชวนผู้ขับขี่รถทุกคนบนท้องถนน "เช็กรถก่อนใช้" ใส่ใจการบำรุงรักษาเครื่องยนต์และปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างเหมาะสม เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย รวมถึงการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้นคือ การตรวจควันดำรถโดยสาร รถบรรทุก และรถที่มาดำเนินการด้านทะเบียนกับ ขบ. โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ตรวจค่าควันดำไปแล้วกว่า 100,000 คัน ดำเนินการพ่นข้อความห้ามใช้แล้วกว่า 3,000 คัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่ตนเอง ขณะที่รถของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ อยู่ระหว่างทดสอบการติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถ ระยะเวลา 30 วัน จากนั้นจะสรุปผลและดำเนินการต่อไป ส่วนมาตรการระยะกลางคือ การปฏิรูปปรับเส้นทางเดินรถสาธารณะไม่ให้วิ่งทับซ้อนกัน เพื่อลดปริมาณรถโดยสาร การดำเนินการแผนปฏิรูปองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งต้องเปลี่ยนรถโดยสารในปัจจุบัน เป็นรถที่ใช้พลังงานสะอาด เช่น รถที่ใช้ NGV ไฮบริด NGV และ EV เป็นต้น และการเปลี่ยนหัวรถจักรรถไฟเป็นหัวรถจักรไฟฟ้า ขณะที่มาตรการระยะยาวคือ การเปลี่ยนพลังงานที่ใช้ในยานพาหนะ จากพลังงานฟอสซิล เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรจะดำเนินการวางกรอบแนวทางบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป