ดราม่า!รถไฟความเร็วสูง3สนามบิน“หมูเขาจะหาม...เอาคานเข้าไปสอด”
“วาว วาว เสียงรถไฟวิ่งไปฤทัยครื้นเครง....เรามันคนกันเอง ไม่ต้องเกรงใจใคร” ฟังเพลงมนต์ไทรโยค ที่คนไทยคุ้นหู แล้วนึกถึงการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2 แสน 2 หมื่นล้านบาท ระยะทาง 220 กิโลเมตร นับว่าเป็นอภิมหาโปรเจ็คต์ของรัฐบาลชุด “พลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา”นายกรัฐมนตรี ที่เวลานี้ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อย ผลชนะประมูลจะเป็นของใครกันแน่ระหว่าง “กลุ่มซีพี หรือ บีทีเอส” เพราะเกมพลิกกลับไปกลับมาตลอดเวลา...เรียกได้ว่าห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว
แว่วว่า.... ก่อนหน้าการประมูล “กลุ่มบีทีเอส” มีความมั่นใจสูงมาก จะประมูลรถไฟไฮสปีด 3 สนามบินได้ไปได้ง่ายๆ เพราะคุ้นเคยกับการทำธุรกิจกับ “การรถไฟแห่งประเทศไทย” มานาน แต่บังเอิญครั้งนี้โครงการประมูลระดับบิ๊ก กลับมีผู้เล่นข้ามห้วยอย่างกลุ่มกิจการร่วมค้า “บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้งส์” ที่กล้าโดดวงร่วมลงมาประมูล โดยยื่นไม้เด็ด “ขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อยที่สุด จากวงเงินเต็ม 1.19 แสนล้านบาท” พร้อมที่รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลน้อยที่สุด จนถึงขั้นเปิดซองครบทั้ง 4 ซองกลุ่มซีพีมีข้อเสนอที่ดีกว่า เรียกได้ว่า ทำเอาอีกฝั่งนั่งไม่ติด ปรับกระบวนท่ากันแทบไม่ทัน “เข้าข่าย หมูเค้าจะหาม ดันเอาคานเข้ามาสอด”
หลังจากนั้น ซีพี ได้มีการเจรจากับทางการรถไฟที่เป็นเจ้าของสัมปทานมา6-7รอบ แต่ยังไร้ข้อสรุป ไม่รู้ว่ารฟท.รับใบสั่งจากใคร ผู้มีอำนาจคนไหนถึงยื้อการเจรจา หรืออาจเป็นผลต่างตอบแทนในช่วงสถานการณ์การเมืองพลิกผัน ซึ่งดูเหมือนจะพยายามล้มการเจรจากับซีพี จ้องจะให้เกิดการประมูลใหม่ให้ได้ แต่ก็คงเป็นความหวังลมๆแล้ง เพราะ วันนี้ ซีพียังคงยืนยันที่จะทำตามข้อเสนอตามที่TOR กำหนด เพราะซีพี มีเป้าหมาย ที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ทำเอาทั้งกรรมการ และผู้เข้าประมูลกดดันกันทั่วหน้า เรียกได้ว่า โครงการอภิมหาโปรเจคต์ประมูลสองแสนล้าน แต่เร่งวันกันเหมือนสองแสนบาท ทำเอาผู้ชมข้างสนามลืมวัตถุประสงค์โครงการว่าต้องการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ / นำเม็ดเงินลงทุน /องค์ความรู้ และดึงคนเก่งมายังประเทศไทยหรือไม่ หรือเพียงแค่ทำอย่างไรให้ได้คนมาทำในวันนี้ แต่พรุ่งนี้สำเร็จหรือไม่ คงไม่มีใครการรันตี เพราะรายละเอียดโครงการระดับนี้มีมากมาย ดังนั้นละเอียดรอบคอบก่อนเริ่มโครงการจะไม่มีปัญหา
และ ตั้งแต่วันที่กลุ่มซีพีเสนอราคาต่ำที่สุด และได้เข้าสู่การเจรจา สารพัดวิชามารจากข้างเวทีถูกงัดขึ้นมาใช้ประลองยุทธ มีความพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้กับสื่อและประชาชนทั่วไป ที่ระบุว่าเอกชนที่ชนะการประมูลสามารถหาผลประโยชน์กับที่ดินมักกะสันเพื่อลงทุนการพาณิชย์ เป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่เอกชนที่ชนะจะเข้าไปลงทุนในโครงการมักกะสันจำนวน5หมื่นล้านบาท แล้วเอาผลกำไรมาชดเชยผลขาดทุนกับโครงการรถไฟฟ้ากว่า2แสนล้านบาท เพราะการลงทุนกว่า2แสนล้านบาท ทั่วโลกยอมรับว่าการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นคุ้มทุนช้า ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า40 ปี ถึงจะคุ้มทุน และเป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะเข้ามาร่วมลงทุนแบบ PPP
แต่ถึงอย่างไร แม้งานนี้จะเข้าข่าย หมูจะหาม แต่มีคานอย่างซีพีเข้ามาสอด ดังนั้น การประมูลต้องมีความโปร่งใส และแข่งขันกันอย่างยุติธรรม ไม่รวบรัด และเชื่อมั่นว่า ทั้งกลุ่มซีพี และ กลุ่มบีทีเอส ต่างก็มีเงื่อนไขที่จะทำให้โครงการอภิมหาโปรเจคต์สำเร็จ บนหลักการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งผู้ชมอย่างเราคงไม่ควรเดา แต่ควรดูอย่างผู้ชม ส่วนผู้เสนอราคาต่ำกว่าคงต้องรอคิวและร้องเพลงรอต่อไป