ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงจีดีพีปีนี้ 2.6% กังวลหนี้ครัวเรือนพุ่งพิษโควิด ลุ้นเปิดประเทศสร้างรายได้ 2.2แสนล้าน

เศรษฐกิจ8 มี.ค. 2564 • 10:10 น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคงจีดีพีปีนี้ 2.6%  กังวลหนี้ครัวเรือนพุ่งพิษโควิด ลุ้นเปิดประเทศสร้างรายได้ 2.2แสนล้าน
น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของวัคซีนเป็นหลักว่า จะมีประชาชนได้รับการฉีดครอบคลุมแค่ไหนทั้งไทยและทั่วโลก เพราะจะเชื่อมโยงกับนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทย หวังตลาดท่องเที่ยวไทยฟื้นขึ้น โดยคาดหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน จะทำให้ต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 2 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 2.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 1.9 ล้านคนในไตรมาส 4 และที่เหลือเป็น 9 เดือนแรกของปีนี้ ขณะเดียวกันไทยจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาในไทย ด้วยการเพิ่มกลุ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับธุรกิจโรงแรมและภาคท่องเที่ยว โดยหากประเมินปัจจุบันมีธุรกิจโรงแรม 20 จังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก มีกำลังแรงงานกว่า 1 แสนคน คิดเป็นวัคซีน 2.2 แสนโด๊สที่จะต้องเร่งฉีดให้กับกลุ่มนี้ก่อนเดือน ต.ค.นี้ หรือก่อนไตรมาสสุดท้ายที่จะเปิดประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลได้มีแผนจัดหาวัคซีนส่วนนี้แล้ว และช่วงเวลานี้ไทยยังคงเน้นไทยเที่ยวไทยไปก่อน “ไตรมาส 4 เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย มองว่าภายใต้สมมุติฐานการเปิดประเทศหากเป็นไปตามแผน วัคซีนพาสปอร์ตมีมากขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยจะมี 2 ล้านคนปีนี้ แต่ต้องดูการฉีดวัคซีนประเทศต้นทาง 10 ตลาดหลัก เช่น จีน ยุโรป สหรัฐ รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น โดยต้องติดตามในเรื่องนี้และต้องดูว่ากลุ่มที่ได้รับการฉีดวัคซีน อาจไม่ใช่กลุ่มที่เป็นนักเดินทางก็ได้ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น” น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จากปัจจัยเรื่องวัคซีนทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 2.6% เป็นการคงระดับจีดีพีจากครั้งก่อน แต่ปรับกรอบให้แคบลงจากเดิม 0-4.5% เป็น 0.8-3% เพราะเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้วและไม่ต่ำกว่า 0% แม้จะมีโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ แต่ไม่มีมาตรการจนล็อกดาวน์เหมือนในปีก่อน โดยหากนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่า 2 ล้านคนและโควิด-19ระบาดระลอกเล็กๆรอบใหม่ มีโอกาสจีดีพีไทยอยู่ที่ 0.8% ได้ แต่หากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 2 ล้านคน อาจทำให้เศรษฐกิจไทยไปถึง 3% สำหรับการประเมินเศรษฐกิจในครั้งนี้ คาดทิศทางเศรษฐกิจโลกปรับขึ้นดี ทำให้ส่งออกไทยปีนี้ขยายตัว 4.5% และรวมมาตรการที่ภาครัฐได้ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว โดยต้องติดตามช่วงที่เหลือของปีนี้ มี 2-3 เรื่องได้แก่ เรื่องวัคซีน นโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยว และแผนกระจายการฉีดวัคซีน คาดเห็นความชัดเจนได้ไตรมาส 3 นี้ ส่วนราคาน้ำมันดิบตลาดโลกคาดจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ทำให้เงินเฟ้อไทยขยับที่ 1.1% แต่เมื่อเงินเฟ้อเพิ่ม อาจเป็นภาระให้ครัวเรือน ทำให้ภาครัฐยังต้องมีมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพไม่ให้กระทบต่อกำลังซื้อต่อไป ขณะที่เงินภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจยังพอมีเหลือ 3.7 แสนล้านบาท ถ้าหากไม่มีระบาดระลอกใหม่ หรือมีแต่ไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์เหมือนปีก่อนเงินจำนวนนี้ยังเพียงพอต่อการใช้ฟื้นเศรษฐกิจ น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงยังเป็นหนี้ครัวเรือน เพราะจากสำรวจพบครัวเรือนมีภาระหนี้ต่อรายได้มากกว่า 50% หรือหากมีเงิน 100 บาท มีเงินใช้ไม่ถึง 50 บาท อาจทำให้เกิดปัญหาสังคมและหนี้นอกระบบได้ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างมี 10.8% หรือทุก 100 คนจะมี 10 คนที่เสี่ยงต่อการเกิดวิกฤติการเงิน “คาดหนี้ครัวเรือนสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 89-91% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เช่นเดียวกับต่างประเทศก็เพิ่ม เพราะเศรษฐกิจโตตามหนี้ไม่ทัน ซึ่งความไม่แน่นอนมีอยู่มาก จึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือทางการเงินทั้งเอสเอ็มอี ธุรกิจ ประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดเอ็นพีแอล จากคาดสิ้นปีนี้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.3% เพิ่มจากสิ้นปีก่อนที่มี 3.12%”