หอการค้าเกาะติดม็อบชุมนุม หวั่นมือที่ 3 สร้างสถานการณ์รุนแรง กระทบ ตปท.ลงทุน เชื่อรัฐมีทางออก
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนจับตาสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เชื่อว่า รัฐบาลมีทางออกในเรื่องดังกล่าว โดยการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่เศรษฐกิจกลางกรุงเทพฯส่งผลกระทบต่อธุกิจในพื้นที่ และประชาชน การชุมนุมทางการเมืองทำได้ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
โดยการที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ก็เป็นเครื่องมือในการควบคุมการชุมนุมเป็นหลัก ทั้งนี้ภาคเอกชนกังวลว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อบานปลาย และหากชุมนุมแบบ ดาวกระจายไปพื้นที่เศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมทั้งกังวลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป เพราะสถานการณ์แบบนี้ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหรืออาจมีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรง
“การชุมนุมทางการเมืองอาจจะทำให้ไทยเสียโอกาสหลายด้าน เพราะต่างชาติไม่มั่นใจเสถียรภาพทางการเมืองไทย โดยเฉพาะการชุมนุมแบบดาวกระจายยิ่งเสี่ยงมากขึ้นทำให้ความเชื่อมั่นทั้งคนในประเทศและต่างประเทศถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วง นักลงทุนต่างชาติอยากมาลงทุนในไทย แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ นักลงทุนก็ไม่มา หันไปลงทุนประเทศอื่นแทน โดยเฉพาะเวียดนาม ทำให้ไทยเสียโอกาส”
ขณะเดียวกันมองว่า การที่รัฐบาลผ่อนคลายเปิดประเทศให้มีการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยงต่างชาติจะหนุนให้บรรยากาศการท่องเที่ยวไทยดีขึ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์โควิด-19 ยังคงต้องจับตาด้วยเช่นกัน โดยประชาชนต้องการ์ดไม่ตก