ผู้ถือหุ้น “PORT”ไฟเขียวจ่ายหุ้นปันผลพิเศษเพิ่มสภาพคล่องก่อนย้ายเข้าเทรด SET ปลายปี 62
PORTโหวตอนุมัติจ่ายหุ้นปันผลพิเศษ 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญปันผล ดันทุนจดทะเบียนแตะ 329 ล้านบาท เพิ่มสภาพคล่อง-ลดภาระดอกเบี้ย ปูทางก่อนย้ายเข้าเทรดใน SET ปลายปี 62
นางเสาวคุณ ครุจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ PORT เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 มีมติเอกฉันท์ ให้บริษัทจ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสดจากกำไรสะสมในอัตราในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท โดยจ่ายเป็นหุ้นปันผลอัตราการจัดสรร 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญปันผล โดยเศษของหุ้นให้จ่ายเป็นเงินสดหุ้นละ 0.05 บาท และจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.005 บาท
ทั้งนี้ยังอนุมัติเพิ่มทุนจำนวน 29,899,720 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 298,999,981 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 328,899,701 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 59,799,440 หุ้น ซึ่งมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทเพื่อรองรับการจ่ายปันผลและปรับสิทธิวอแรนท์จากการจ่ายหุ้นปันผล โดยล่าสุดบริษัทได้ปรับอัตราการใช้สิทธิวอแรนท์ PORT-W1 จากราคาใช้สิทธิเดิม 6.50 บาท เป็น 5.9091 บาท และปรับอัตราการใช้สิทธิจากเดิม 1:1 หน่วย/หุ้น เป็น 1: 1.09999 หน่วย/หุ้น
นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการขายคลังสินค้าปลอดภาษีให้กับ บมจ.สหไทยสตีลไพพ์ ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกัน โดยได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ารายการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ด้านกระแสเงินสดที่จะนำมาใช้หมุนเวียน เพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการ การนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในส่วนอื่นๆ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่อาจจะเกิดขึ้น และยังลดความเสี่ยงด้านการจัดหาผู้เช่า”
“คณะกรรมการบริษัทขอบคุณที่ผู้ถือหุ้นในการสนับสนุนแนวทางการขยายธุรกิจของบริษัทอย่างดีเสมอมา รวมถึงแผนงานที่บริษัทจะย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ในปลายปีนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับหลักทรัพย์ ลดข้อจํากัดในการเข้าลงทุนของนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งอาจจะช่วยให้การซื้อขายหุ้นของบริษัทฯมีเสถียรภาพมากขึ้น”
ส่วนผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 782.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.92% จากรายได้รวม 753.23 ล้าน บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 56.72 ล้านบาท ลดลง 7.87 % จากกำไรสุทธิ 61.57 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับ PORT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือเอกชนครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยโดยให้บริการตั้งแต่ 1.ธุรกิจการให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ครบวงจรสำหรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ(Feeder) และเรือขนส่งสินค้าชายฝั่ง(Barge)รวมถึงการให้บริการบรรจุสินค้าเข้าและถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (CFS) และซ่อมแซมทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) 2.ธุรกิจการให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางบก ภายในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบริเวณเขตพื้นที่แหลมฉบัง
3.ธุรกิจการให้บริการพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้าโดยให้บริการพื้นที่ลานพักตู้คอนเทนเนอร์ และคลังจัดเก็บสินค้ากับลูกค้า ทั้งที่เป็นเขตให้บริการปกติและปลอดภาษีอากร (Free Zone) ซึ่งปัจจุบันบริษัทให้บริการแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกกลุ่มธุรกิจ e-commerce และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม 4.ธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องอื่นๆอาทิ การให้บริการ Freight Forwarding เป็นต้น
โดยบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์แบบครบวงจรเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจของบริษัทโดยการลงทุนสร้างท่าเรือพาณิชย์แห่งที่ 3 ผ่านการลงทุนในบริษัทบางกอกริเวอร์ เทอร์มินอล จำกัด (BRT) คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างราว 18 เดือน ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการให้บริการท่าเรือได้อีกประมาณ 180,000 TEUs/ปี รวมกับความสามารถในการให้บริการเดิมของบริษัทฯและบริษัทย่อย เป็น 920,000 TEUs/ปี หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 24%และขยายศูนย์กระจายสินค้าต่อยอดธุรกิจ ก้าวสู่การเป็นผู้นำการให้บริการ โลจิสติกส์แบบครบวงจร
ทั้งนี้ได้ลงทุนในบริษัทบางกอก โลจิสติกส์ พาร์ค จำกัด (BLP)เพื่อพัฒนา และบริหารโครงการ โลจิสติกส์พาร์ค หรือศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในเขตพื้นที่ขอบเมืองกรุงเทพฯเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ไม่เพียงเท่านี้เรายังมีการนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้ในการบริการรับกับเทรนด์ธุรกิจยุคดิจิทัล โดยสามารถชำระค่าผ่านท่าและค่ายกตู้สินค้าผ่านระบบ QR Codeกับสหไทย เทอร์มินอล เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้บริการที่ท่าเรือสหไทย