“ตลท.”ชี้“กนง.”ลดดอกเบี้ยรับมือเศรษฐกิจถดถอย เผยดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ค.ปี 62 ปิดที่ 1,711.97 จุดลดลง 1.1 %

เศรษฐกิจ7 ส.ค. 2562 • 16:10 น.
“ตลท.”ชี้“กนง.”ลดดอกเบี้ยรับมือเศรษฐกิจถดถอย เผยดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ค.ปี 62 ปิดที่ 1,711.97 จุดลดลง 1.1 %
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อ กนง.ลดดอกเบี้ยดูแลเศรษฐกิจ แนะนักลงทุนติดตามข่าวสารใกล้ชิด ระบุดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ค.62 ปิดที่ 1,711.97 จุดลดลง 1.1 % นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.75 เป็น ร้อยละ 1.50 ต่อปีว่า ไม่แปลกใจที่ กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ย โดยเชื่อว่า คณะกรรมการได้มีการประเมินปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งมองว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะใช้ดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการดูแลเศรษฐกิจ “เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง มีนโยบายด้านการเงินและการคลังที่เข้มแข็ง แนะนักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะที่เศรษฐกิจโลกผันผวนนั้นอาจส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจและหลายอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละธุรกิจควรวางแผนรองรับไว้” นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า แม้ กนง.จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง แต่ค่าเงินบาทยังมีเสถียรภาพ โดยเชื่อว่า ธปท.จะมีนโยบายการเงินที่ออกมาดูแลเศรษฐกิจต่อเนื่อง ส่วนการที่จีนออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯด้วยการปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 7 หยวนต่อดอลล่าร์สหรัฐฯ มองว่า อาจเป็นการเร่งรัดให้การเจรจาระหว่างสองประเทศรวบรัดมากขึ้น ซึ่งยังคงต้องติดตามว่าจะได้ข้อสรุปในแบบใด โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ณ สิ้นเดือนก.ค.62 ปิดที่ 1,711.97 จุด ลดลง ร้อยละ 1.1 จากสิ้นเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.5 จากสิ้นปี 2561มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันรวมของ SET และ mai ในเดือนก.ค.62 อยู่ที่ 64,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มบริการให้ผลตอบแทนมากกว่า SET Index ส่วนผู้ลงทุนต่างประเทศมีสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ด้วยมูลค่า 20,524 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุดในอาเซียน ทั้งนี้ในเดือนก.ค.62 ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับผลบวกจากความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศที่ดีขึ้น สอดคล้องกับการปรับ outlook เป็นบวกของบริษัทจัดอันดับ rating ส่งผลให้ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ควรจับตามองความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกได้แก่ สถานการณ์สงครามการค้าที่เริ่มมีสัญญาณของความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ตลอดจนทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะที่ อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนก.ค.62 อยู่ที่ระดับ ร้อยละ 3.02 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ MSCI Emerging Market ที่อยู่ที่ ร้อยละ 2.89 ส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ SET และ mai ณ สิ้นเดือนก.ค.62 อยู่ที่ 17.9 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 จากสิ้นปี 2561 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของดัชนี และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2562 มูลค่าการระดมทุนในตลาดแรก (IPO) ของไทยอยู่ที่ระดับ 14,131 ล้านบาท ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 509,534 สัญญา ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงครึ่งปีแรก