สศช.เร่งออกมาตรการสกัดหนี้ครัวเรือนพุ่งตรงจุด พร้อมแปลงหนี้บัตรเครดิตจ่ายระยะยาวเน้นคนมีวินัยการเงิน
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ปี 2564 ต้องอาศัยการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศเป็นหลัก หนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อ เป็นปัจจัยที่ทำให้ความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนลดต่ำลง ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน มีความยากในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากต้องแยกรายละเอียดในการใช้จ่ายของแต่ละกลุ่มคนแบบละเอียดและชัดเจนจริงๆว่าหนี้ครัวเรือนแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร ความสามารถในการจ่ายของแต่ละคนเป็นอย่างไร เรื่องดังกล่าวต้องมีการแก้ไข และต้องหามาตรการออกมารองรับ ต้องหารือกันต่อไป
โดยหนี้ครัวเรือนอัตราส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น ถือว่าสอดคล้องกับจีดีพี แต่ต้องพิจรณาไส้ในของหนี้ครัวเรือนว่า มีหนี้ไม่ก่อรายได้ หรือหนี้เสีย(เอ็นพีแอล)อยู่ในสัดส่วนที่เท่าใด ขณะนี้เอ็นพีแอลของหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 3% ถือว่าไม่ได้มีความน่ากังวลมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสบายได้ต้องหาทางแก้ไขปัญหาในระยะสั้น และระยะยาวต่อไป
ทั้งนี้การหามาตรการมาเพื่อแปลงหนี้ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากการบริโภคเป็นหลักอาทิ หนี้บัตรเครดิต ต้องหาทางทำให้แปลงหนี้เหล่านี้ให้เป็นนี้ระยะยาว เพื่อให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยต้องพิจารณาคุณภาพลูกหนี้ของแต่ละบุคคล ไม่สามารถทำทั้งหมดได้ เพราะคนที่มีวินัยทางการเงินต้องได้รับความช่วยเหลือ แต่คนที่ไม่มีวินัยทางการเงินก็ไม่ควรได้รับความช่วยเหลือ การแก้ไขในระยะยาวต้องสร้างวินัยทางการเงินให้กับประชาชนทุกคนต่อไป
“ในปัจจุบันมีช่องทางในการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย และเป็นหนี้ได้ง่ายขึ้นอาทิ โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมต่างๆ หรือการผ่อนชำระแบบดอกเบี้ย 0% ถือเป็นการกระตุ้นให้คนอยากซื้อ ทั้งที่ไม่ได้มีความสามารถในการใช้จ่ายจริง หากถามในกลุ่มของคนที่มีวินัยทางการเงินก็จะไม่ซื้อของที่อิงกับความอยาก เพราะจะมองเรื่องความสามารถในการใช้จ่ายจริงเป็นหลัก”