"ดร.กอบศักดิ์"เตือนรับมือเศรษฐกิจสหรัฐฯเข้าสู่ภาวะถดถอย

เศรษฐกิจ29 ก.ค. 2565 • 02:42 น.
"ดร.กอบศักดิ์"เตือนรับมือเศรษฐกิจสหรัฐฯเข้าสู่ภาวะถดถอย

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ก "กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ระบุว่า Recession - เศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ !!! ขณะนี้ ที่สหรัฐกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด ตกลงว่า การที่ GDP Q2 ของสหรัฐออกมาติดลบ -0.9% !!!! ต่ำเกินความคาดหมายของตลาด ซึ่งเคยอยู่ที่ 2-3% เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม และล่าสุดลดมาอยู่ที่ 0.4-0.5% ก่อนประกาศตัวเลข นั้น 

เราต้องกังวลใจแค่ไหน ต้องกังวลหรือไม่ เพราะข้างหนึ่ง บอกว่าเป็น Technical Recession แล้ว เนื่องจากติดลบต่อกัน 2 ไตรมาส ส่วนอีกข้าง นำด้วยคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของท่านประธานาธิบดีไบเดน และท่านประธานเฟด บอกว่า "ยังไม่ถดถอย" เพราะคำจำกัดความจริงๆ ของเศรษฐกิจถดถอย ก็คือ ต้องแย่ไปหมดเกือบทุกอย่าง อย่างต่อเนื่อง (ฺSignificant decline in economic activity that is spread across the economy and that lasts more than a few months.) 

ขณะนี้ ตลาดแรงงานสหรัฐยังทำงานได้ดี มีการสร้างงานใหม่ ซึ่งถ้าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่า ไม่น่าจะเป็น Recession สองค่ายนี้กำลังถกเถึยงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนตลาดหุ้นก็ดีใจ เพราะถ้ามี Recession เฟดก็คงไม่ขึ้นดอกเบี้ย ตีความว่า "ข่าวร้ายของเศรษฐกิจ คือ ข่าวดีของเรา" Bad news is good news !!!

โดยเมื่อวานนี้ Dow Jones +332 จุด หรือ 1% Nasdaq +130 จุด หรือ 1% Bitcoin +1000 จุด หรือ 4.6% แล้วตกลงว่าเราควรเชื่อใคร ควรกังวลใจหรือไม่ ? ในประเด็นนี้ ต้องบอกว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะไปเถียงเรื่องคำจำกัดความ 

จุดสำคัญอยู่ที่ 
(1) เศรษฐกิจสหรัฐแผ่วลงมากจากที่เคยขยายตัวได้ 5.7% เมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายขยายตัวได้ 6.9% แข็งแกร่งสุดๆ ตอนนี้ ติดลบมา 2 ไตรมาสแล้ว เรียกได้ว่า เป็นหนังคนละม้วน กับเมื่อปีที่แล้ว เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็น ระฆังเตือนภัย 
เพราะเศรษฐกิจที่ดี ไม่มีปัญหา จะไม่ทำตัวแบบนี้ เสียเวลาที่จะไปเลี่ยงบาลีไปมา บอกว่ายังไม่เข้าคำจำกัดความ เพราะต้องยอมรับความจริงว่า ตอนนี้ ความเชื่อมั่นหาย ความกังวลใจเต็มไปหมด  

(2) เศรษฐกิจสหรัฐจะอ่อนแออย่างนี้ต่อไป ในไตรมาสข้างหน้า เพราะคนไม่ใช้จ่าย ธุรกิจไม่ลงทุน !!! หากเราไปดูไส้ในของข้อมูล GDP ที่ออกมา -0.9% จะพบว่า 
- การบริโภคสินค้าต่างๆ -4.4% (ส่งผลให้ GDP -1.08%)
- หมวดสินค้าคงทน -2.6% จากความกังวลใจว่าเศรษฐกิจจะไม่ดี Recession อยู่ข้างหน้า 
คนจึงชะลอการใช้จ่ายในหมวดใหญ่ๆ เช่น รถ เครื่องใช้ในบ้าน อุปกรณ์ไฟฟ้า ออกไป
- หมวดสินค้าไม่คงทน -5.5% จากกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มนอกบ้าน
- การลงทุนภาคเอกชน -13.5% (ส่งผลให้ GDP -2.73%) 
- หมวดก่อสร้างในโรงงานอาคารต่างๆ -11.7% จากการชะลอการลงทุนของเอกชนเพื่อรับกับเศรษฐกิจที่กำลังชะลอลง
- หมวดอุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ -2.7% ที่เริ่มสั่งซื้อลดลง เพราะช่วงต่อไปไม่ต้องขยายกำลังผลิตและกิจการ
- หมวดการสร้างบ้าน -14.0% สอดรับกับการปรับตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง
- หมวดสินค้าคงคลัง ที่เป็นผลมาจากการลดลงของยอดการขายสินค้าต่างๆ รวมถึงยานยนต์ 

ทั้งหมดนี้ ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐติดลบในไตรมาสสอง ทั้งๆ ที่ ภาคส่งออกสหรัฐขยายตัวดีเป็นพิเศษ +18.0% (ส่งผลให้ GDP +1.92%) หากลองคิดดู ที่น่ากังวลใจจริงๆ คือ ตัวเลขหมวดเหล่านี้จะยังอ่อนแอต่อไป เพราะคนจะยังไม่ใช้จ่าย ธุรกิจจะยังไม่ลงทุน ไปอีกระยะ ในช่วงขาลง  ซึ่งเมื่อ Global Recessions ส่งผลต่อภาคส่งออกสหรัฐ ความอ่อนแอของสหรัฐก็จะยิ่งเด่นชัดขึ้น   

(3) สหรัฐคงจะเข้าสู่ภาวะ Recession ในที่สุดไม่วันนี้ ก็วันหน้า เป็นเพียงแค่เวลาเท่านั้น ที่กล่าวเช่นนี้ ก็เพราะ เฟดกำลังขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้สงครามกับเงินเฟ้อ โดยดอกเบี้ยยังจะขึ้นไปอีกมาก เพื่อสยบเงินเฟ้อที่สูงลิ่วที่ 9.1% เมื่อดอกเบี้ยขึ้นสูง การซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อของใช้ การลงทุนเอกชนต่างๆ ก็จะลดลงเป็นเงาตามตัวส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐอ่อนตัวลงมากกว่านี้คนตกงานบริษัทปิดกิจการ เป็นเรื่องที่เฟดบอกว่า "จำเป็น" เพื่อจัดการเงินเฟ้อ สุดท้าย เศรษฐกิจก็จะเข้าสู่ภาวะถดถอย แบบที่ไม่ต้องมาถกเถียงกันว่า ตรงกับคำจำกัดความแล้วหรือยัง พูดได้ว่า ป่วยการที่จะมาเถียงกันแบบเด็กๆ เรื่องคำจำกัดความ  มารับความจริงกันว่า "ขาลงกำลังมา" เร่งเตรียมการรองรับในเวลาที่เหลืออยู่ น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะถ้าเราใช้เวลาที่เหลือ เตรียมการให้ดี เราก็จะผ่านไปได้ ครับ 

#ท่องเศรษฐกิจกับดรกอบ  #Recession