เพิ่มโอกาสเอสเอ็มอีแข่งขันเป็นธรรม กขค.เปิดฟังความเห็นแนวทาง Credit Term

เศรษฐกิจ7 ก.พ. 2564 • 06:31 น.
เพิ่มโอกาสเอสเอ็มอีแข่งขันเป็นธรรม กขค.เปิดฟังความเห็นแนวทาง Credit Term
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เห็นชอบหลักการของร่างแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า(Credit Term) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่คณะอนุกรรมการเสนอ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.64 พร้อมทั้งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไประหว่างวันที่ 8 ก.พ.-12 มี.ค.64 นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้าและโฆษกคณะกรรมการ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมฯ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยต้องอยู่ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมคือ 30-45 วัน ตามผลการศึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทั้งนี้ กขค.ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาและวิเคราะห์จัดทำร่างแนวปฏิบัติทางการค้าในเรื่องดังกล่าว โดยสาระสำคัญร่างแนวปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ประกอบด้วย 1.ระยะเวลาในการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปต้องมีระยะเวลาการให้สินเชื่ออยู่ในช่วง 30–45 วัน และในภาคการค้า ภาคการผลิต และภาคบริการเฉพาะที่เกี่ยวกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีระยะเวลาการให้สินเชื่อน้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้กรณีที่คู่ค้ามีการตกลงระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าที่น้อยกว่า 30 วัน ก็ให้คงระยะเวลาดังกล่าวไว้ อย่างไรก็ตามหากมีผู้ประกอบการที่กำหนดระยะเวลาเครดิตเทอมแตกต่างไปจากระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้นจะต้องมีเหตุผลที่สามารถ รับฟังได้ในทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ 2.การนับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า ให้เริ่มนับตั้งแต่วันส่งมอบสินค้าหรือให้บริการตามจำนวน คุณภาพมาตรฐานของสินค้าหรือบริการที่ได้ตกลงกันไว้ และส่งมอบเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน 3.การชำระสินเชื่อการค้า จะต้องแสดงรายละเอียดชี้แจงกระบวนการขั้นตอนการจ่ายเงินที่ชัดเจนและผู้ประกอบการต้องแสดงหลักฐานยืนยันสถานะเป็น SMEs ให้ผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้าทราบด้วย 4.พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นลักษณะการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมเช่น (1) การประวิงเวลาจ่ายค่าสินค้าหรือบริการเกินกว่าระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าที่กำหนด (Credit Term) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (2) การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายใต้สัญญา หรือระยะเวลาของสัญญา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (3) การเปลี่ยนแปลงระยะเวลาสินเชื่อการค้า (Credit Term) โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน (4) พฤติกรรมในลักษณะอื่นๆอันเป็นการบังคับโดยผู้ประกอบธุรกิจรายใดซึ่งเป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เช่น กำหนดเงื่อนไขพิเศษ จำกัด หรือกีดกันการประกอบธุรกิจ ของ SMEs จนเกิดความเสียหาย นายสันติชัยกล่าวอีกว่า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) จะเปิดรับฟังความคิดเห็นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยผ่านทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th รวมทั้งช่องทางของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สมาคมค้าปลีกไทย ฯลฯ หลังจากครบกำหนดแล้วจะประมวลความคิดเห็นที่ได้ทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งก่อนประกาศบังคับใช้ ทั้งนี้เชื่อว่าแนวปฏิบัติทางการค้าเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) จะสร้างบรรทัดฐานในการปฏิบัติทางการค้าที่ชัดเจน ถูกต้อง เป็นธรรมและเป็นกลไกป้องกันความเหลี่อมล้ำจากอำนาจต่อรองจนนำไปสู่การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งจะมีผลให้ผู้ประกอบการ SMEs มีสภาพคล่องทางการเงินอีกทางหนึ่งด้วย