หุ้นไทยลุ้นศก.โลกขยับตัว จับตากนง.คงดบ.-ปรับลด แนวรับ 1,450 - แนวต้าน 1,500 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (25-29 ม.ค.64) มีความผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยมีผลปัจจัยมาจากตัวเลขของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในยุโรป และในเอเชีย ยังคงมีตัวเลขที่สูงอย่างต่อเนื่อง แม้ในหลายประเทศจะมีการเริ่มฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แล้วก็ตาม อีกทั้งนักลงทุนยังมีความกังวลการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐ ประกอบกับมีกระแสข่าวว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและขายสินทรัพย์ต่าง ๆ ออกมา
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมกนง. (3 ก.พ.) สถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ของบจ. และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของไทย รวมถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนม.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/63 ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI Composite เดือนม.ค. ของยูโรโซน ญี่ปุ่นและจีน
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มสัปดาห์หน้า (1–5 ก.พ.64) ลุ้นรีบาวด์ได้ในช่วงสั้น ให้แนวรับ 1,440-1,450 จุด และแนวต้าน 1,490-1,500 จุด แนะจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 3 ก.พ.นี้ ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิมหรือปรับลดลง เพราะหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็อาจจะกระทบกับหุ้นกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่ แต่จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มสินเชื่อ