“THREL”เผยผลงาน Q3/63 แกร่ง กำไรสุทธิโตเฉียด 5 เท่า ผลตอบแทนลงทุนพุ่ง 26%

เศรษฐกิจ4 พ.ย. 2563 • 10:29 น.
“THREL”เผยผลงาน Q3/63 แกร่ง กำไรสุทธิโตเฉียด 5 เท่า ผลตอบแทนลงทุนพุ่ง 26%
THREL แจงผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2563 สดใสเทียบไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิเติบโตเกือบ 5 เท่า แตะ 38 ล้านบาทตามการเติบโตของรายได้สุทธิทำได้ 593 ล้านบาท ผลตอบแทนการลงทุนพุ่ง 26% ขณะที่ค่าใช้จ่ายการเคลมลดลง ประเมินแนวโน้มโค้งสุดท้ายของปีนี้ยังต้องจับตาผล COVID-19 ใกล้ชิด หวั่นกระทบภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิต-ตลาดหุ้นทั่วโลก นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2563 ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาส 2/63 โดยบริษัทฯมีกำไรสุทธิจำนวน 38 ล้านบาท ปรับเพิ่มสูงขึ้นราว 494% หรือเกือบ 5 เท่า ตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิที่ทำได้ 593 ล้านบาท หรือปรับเพิ่มขึ้นราว 2% และมีรายได้จากการลงทุนและรายได้อื่นเติบโตขึ้น 26% แตะ 20 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยปรับลดลงเกือบ 4% อยู่ที่ 570 ล้านบาท สาเหตุสำคัญหลักๆมาจากการบริหารจัดการพอร์ตงานด้านประกันสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 73 ล้านบาท โดยมีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,702 ล้านบาท โดยแนวโน้มช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2563 ยังจำเป็นต้องจับตาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านของภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังไร้สัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ขณะที่ตลาดหุ้นยังคงมีความเสี่ยงเกิดความผันผวนในระดับสูงได้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นยังเชื่อมั่นว่า ประกันถือเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต “บริษัทยังมุ่งเน้นการเดินหน้าเจรจาจับมือกับพันธมิตร เพื่อร่วมกันคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมไปถึงการพัฒนา Digital Platform ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืนต่อเนื่องในระยะยาว” สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจจากแนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันชีวิตอย่างหลีกเลี่ยง โดยเบื้องต้นคาดภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตภายในประเทศปีนี้อาจติดลบราว 2-3% รวมทั้งยังต้องจับตาผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกที่ยังมีความผันผวนสูง เสี่ยงฉุดรั้งราคาสินทรัพย์การลงทุนให้ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญได้