“สมอ.”คุมมาตรฐานปลั๊กไฟ-สายไฟ-พาวเวอร์แบงค์-เบรคเกอร์ เป็นสินค้าควบคุม

เศรษฐกิจ20 ต.ค. 2563 • 07:28 น.
“สมอ.”คุมมาตรฐานปลั๊กไฟ-สายไฟ-พาวเวอร์แบงค์-เบรคเกอร์ เป็นสินค้าควบคุม
สมอ.หารือผู้ประกอบการทำ นำเข้าปลั๊กไฟ สายไฟ พาวเวอร์แบงค์ และเบรคเกอร์กว่า 600 ราย เตรียมความพร้อมก่อนมาตรฐานมีผลบังคับใช้ หลังเตรียมประกาศเป็นสินค้าควบคุม เตือนผู้บริโภคใช้สินค้าได้ มอก. หากเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการกำหนดให้สินค้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานว่า ได้ประกาศให้ปลั๊กไฟ พาวเวอร์แบงค์ สายไฟ และเบรคเกอร์ เป็นสินค้าควบคุม เพราะหากไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ให้สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน เนื่องจากสินค้าดังกล่าวมีปริมาณการผลิตเป็นจำนวนมาก และมีการใช้งานในเกือบทุกครัวเรือน สถานที่ทำงาน และอาคารสถานที่ต่างๆ ดังนั้นการประกาศเป็นสินค้าควบคุม จะช่วยคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้าดังกล่าว โดยจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ สมอ.ได้จัดการสัมมนาขึ้น โดยเชิญผู้ประกอบการทั้งผู้ทำ และนำเข้าสินค้าดังกล่าว เข้าร่วมการสัมมนากว่า 600 ราย จากทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องข้อกำหนดของสินค้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงแก้ไขสินค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรฐานได้อย่างถูกต้อง และสามารถยื่นขอการรับรองตามมาตรฐานดังกล่าวได้ ผ่านทางระบบ e-License บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ที่ www.itisi.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลทดสอบผลิตภัณฑ์และผลตรวจโรงงานจะถูกส่งตรงจากห้อง LAB และหน่วยงาน Outsource ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งผู้ประกอบการไม่ต้องมีภาระเรื่องเอกสารดังกล่าวอีกต่อไป สำหรับการชําระค่าบริการและค่าธรรมเนียมงานบริการด้านอื่นๆ ท่านผู้ประกอบการก็สามารถดำเนินการผ่านระบบ e-Payment ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาชำระที่ สมอ.สามารถชําระค่าบริการและค่าธรรมเนียมผ่านทางธนาคารได้ สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น “หลังจากนี้ สมอ.จะดำเนินการตรวจควบคุมการทำ นำเข้า และจำหน่ายสินค้าทั้ง 4 รายการในท้องตลาดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง รวมทั้งที่จำหน่ายผ่านทางออนไลน์ด้วย โดยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา สมอ. ได้ยึดอายัดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานมูลค่ารวมกว่า 568 ล้านบาท สำหรับในปี 2563 ได้ยึดอายัดกว่า 143 ล้านบาท และเพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นไปอย่างครอบคลุม และทั่วถึง สอดคล้องตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป สมอ.ได้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการตรวจควบคุมและกำกับติดตามร้านจำหน่ายให้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจของเจ้าหน้าที่ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ทันต่อยุคสมัย ขณะเดียวกันในวันที่ 21 ม.ค.64 สมอ.ยังได้กำหนดให้ผู้รับอนุญาตทุกรายจะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่สินค้าด้วย โดย สมอ.ได้จัดทำเป็น QR Code เพื่อให้ผู้รับอนุญาตนำไปแสดงบนสินค้าที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้ง่ายๆ เพียงสแกน QR Code ก่อนตัดสินใจซื้อ