เอ็กซเรย์เข้มกว่า 200 โรงงานเสี่ยงลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ปลัดอุตฯลั่นไม่ปล่อยเดือดร้อนชาวบ้าน
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับการกำกับโรงงานเสี่ยงลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม สั่งเอ็กซเรย์เข้มพร้อมจัดทำแผนป้องกันเน้นต้นทางสกัดปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อชาวบ้าน
นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาปรากฏข่าวการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอยู่บ่อยครั้งในหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นกากอุตสาหกรรมที่มีสิ่งเจือปนเกินค่าที่กฎหมายกำหนดและหลายกรณีเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ซึ่งเมื่อจังหวัดใดพบปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจะเข้าไปกำจัดกากอุตสาหกรรมเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนที่อยู่โดยรอบ รวมถึงป้องกันปัญหามลภาวะสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นโดยแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนับร้อยล้านบาท
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)จัดทำมาตรการป้องกันปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยได้มีการเห็นชอบแผนการป้องกันการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมปี พ.ศ.2562 ที่ กรอ.นำเสนอ มีผลดำเนินการในทันที
สำหรับแผนการป้องกันการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมแบ่งเป็น 3 ระยะตามลำดับคือ 1.การแจ้งเตือนผู้ประกอบกิจการโรงงาน จำนวน 2,353 ราย ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุไม่ใช้แล้วจากโรงงาน โดยทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์(Internet) พ.ศ.2547 และ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548 อย่างเคร่งครัด หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย มีระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและอาจเป็นเหตุให้ทางราชการมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน รวมทั้งอาจนำไปสู่เงื่อนไขการออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงาน หรือ ปิดโรงงานได้แล้วแต่กรณี
2.การส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมให้มีการจัดการอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลัก 3Rs (Reduce–การลดของเสียตั้งแต่แหล่งกำเนิด//Reuse–การนำของเสียที่เกิดขึ้นนำกลับไปใช้ซ้ำ//Recycle-การนำของเสียไปเปลี่ยนสภาพผ่านกระบวนการต่างๆและกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่) ซึ่งมีการเผยแพร่ความรู้ทางเว็บไซต์ กรอ. และผ่านโครงการต่างๆ
3.การสั่งการให้ กรอ.และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด(สอจ.)กำกับดูแล ตรวจสอบกำกับโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย จำนวน 205 ราย ที่ประเมินแล้วว่า กากอุตสาหกรรมประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบทิ้งกากแบ่งเป็นโรงงานในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ12 ราย และโรงงานในต่างจังหวัด 193 ราย
โดยเจ้าหน้าที่ กรอ.และ สอจ.จะเข้าไปตรวจสอบกำกับโรงงานที่มีความเสี่ยง จำนวน 205 โรง ในช่วงเดือนก.ย.-พ.ย.62เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยโรงงานที่ กรอ.ได้ชี้เป้าเป็นกลุ่มโรงงานผู้รับบำบัด,กำจัดของเสีย จำนวน 24 ราย และกลุ่มโรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสีย จำนวน 181 รายว่าโรงงานมีของเสียชนิดใด และใช้บริการโรงงานผู้รับบำบัด,กำจัดใดอยู่ในพื้นที่จังหวัดใดบ้าง
ขณะที่การตรวจสอบจะเข้าไปดูว่าโรงงานปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะการแจ้งข้อมูลผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของโรงงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องแจ้งเข้ามาในระบบของ กรอ. ทุกครั้งและทันที รวมถึงตรวจสอบปริมาณของเสียอันตราย และข้อมูลการส่งกำจัด,บำบัด โดยต้องสอดคล้องกันตามหลักวิชาการ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ ยังสั่งการเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำโรงงาน ลดและจัดการของเสียจากการประกอบกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำหลัก 3Rs มาประยุกต์ใช้
ส่วนกรณีพบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ซักซ้อมความเข้าใจและวางแนวทางปฏิบัติแจ้ง สอจ.ทั่วประเทศทราบโดยทั่วกันแล้ว โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ สอจ.ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้รู้ว่าได้รับของเสียมาจากโรงงานใด เพื่อเป็นหลักฐานก่อนเสนอเรื่องของบประมาณมายังกระทรวง เพื่อดำเนินการเรียกค่าเสียหายในการกำจัดฯ คืนให้แก่ภาครัฐต่อไป โดย กรอ.จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านวิชาการ และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการขอจัดสรรงบประมาณประจำปี 2563 เพื่อสำรองจ่ายไปพลางก่อน
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์เหตุการณ์และสาเหตุการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม 3 กรณี (Cases)ย้อนหลังของ กรอ. พบว่า การบำบัด/กำจัดของเสียอันตรายแต่ละชนิด,ประเภทจะมีวิธีการและค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน และของเสียที่ไม่มีมูลค่า กำจัดยาก มีค่าจ่ายในการบำบัด,กำจัดสูง มีความเสี่ยงต่อการที่ผู้ประกอบการเหล่านั้น จะนำของเสียที่รับมาบำบัดไปลักลอบทิ้งตามบ่อน้ำ บ่อลูกรัง พื้นที่ รกร้าง เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการบำบัด ดังนั้น กรอ.จะมุ่งเน้นการกำกับดูแลผู้รับบำบัด,กำจัด ซึ่งมีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 2,343 ราย และจะยกระดับการตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบทิ้งของเสียประเภท กรด-ด่างเข้มข้น Coolant และเชื้อเพลิงทดแทน เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งคัดโรงงานเกี่ยวข้องได้จำนวน 205 ราย
โดยโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกากอุตสาหกรรมในประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 2,353 ราย แบ่งเป็น ประเภทโรงงานลำดับที่ 101 ปรับคุณภาพของเสียรวมจำนวน 141 ราย โรงงานลำดับที่ 105 คัดแยกหรือฝังกลบสิงปฏิกูล หรือวัสดุไม่ใช้แล้วจำนวน 1,450 ราย และโรงงานลำดับที่ 106 นำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรมจำนวน 762 ราย
นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการอนุญาตขนกากอุตสาหกรรมเข้าสู่โรงงานที่ไม่ใช่โรงงานตามอนุญาต โรงงานประเภทลำดับที่ 101,105 และ 106 ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ซึ่งจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ จึงอยากขอเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินการขออนุญาตการนำเข้า ขนย้าย กำจัดกากอุตสาหกรรมให้ถูกต้อง หากพบดำเนินการไม่ถูกต้อง กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด