สัญญาณผลกระทบปัญหาน้ำมันแพงเริ่มชัด! ถึงเวลารัฐบาลต้องฟันธง!นิ่งเฉยอาจเจ๊ง!!
ปัญหาราคาน้ำมันยังไม่จบง่ายๆ ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งหาทางแก้ไขในการสร้างความสมดุลระหว่างรัฐบาล ผู้ค้าน้ำมัน ประชาชน ภายใต้เศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว
โดยเวลานี้จะเห็นว่ารัฐบาลได้โดดลงมาเล่นกับราคาน้ำมันมากขึ้น ซึ่งผลการประชุมคณะรัฐมนตรีล่าสุด ได้มีมติให้ปรับลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.-20 ก.ค. 65 เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งสินค้า หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยการลดภาษีดังกล่าวจะทำให้รายได้ของรัฐหายไปเดือนละ 9,911 ล้านบาท หรือรวมแล้ว 19,822 ล้านบาท
ส่วนการลดภาษีดีเซล 5 บาท จะทำให้ราคาขายปลีกดีเซลเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน จะต้องรอทางกระทรวงพลังงาน ซึ่งทราบว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จัดหารือกันอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาการลดภาษีดีเซล 3 บาท กบน. ได้เก็บใส่กองทุนน้ำมัน 1 บาท และนำมาลดราคาขายปลีก 2 บาท ส่วนแนวโน้มการดูแลราคาน้ำมันเบนซินนั้น ขณะนี้นโยบายคงปล่อยให้เป็นราคาลอยตัว
ทั้งนี้ “นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน บอกว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อุดหนุนดีเซลประมาณ 10 บาท/ลิตร ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ 15 พ.ค. ติดลบ 72,062 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 37,854 ล้านบาท บัญชีก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ติดลบ 34,208 ล้านบาท โดยยังคงมีเงินไหลออกจากการนำเงินไปอุดหนุนน้ำมันรวมเฉลี่ยวันละ 600 ล้านบาท แอลพีจีวันละ 80 ล้านบาท
สำหรับกระแสเงินสดกองทุนน้ำมันฯมีหมุนเวียน 1.2 หมื่นล้านบาท และทยอยหมดลงทำให้กองทุนน้ำมันฯขาดสภาพคล่องช่วงเดือนมิ.ย.นี้ ดังนั้นทางกระทรวงการคลังเร่งหารือกับสถาบันการเงินภาครัฐเพื่อสรุปแผนเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันฯวงเงิน 2- 3 หมื่นล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า แอลพีจีตามมติ กบง.เมื่อวันที่ 18 มี.ค.65 ได้เห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีก 3 บาท/กิโลกรัม(กก.)โดยปรับขึ้นเดือนละ 1 บาท/กก.เป็นเวลา 3 เดือน(เม.ย.-มิ.ย.) โดยราคาแอลพีจี จะขยับเป็น 363 บาท/ถัง(15 กก.)ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาแนวทางว่าจะสามารถดูแลแอลพีจีต่ออย่างไร ถ้ายึดแผนวิกฤติ คือจะเข้ามาดูแลราคาแอลพีจีเมื่อสูงกว่า 363 บาท/ถังขนาด 15 กก. จะต้องขยับราคาขึ้นหรือลดการอุดหนุน เพราะแนวโน้มปีนี้ราคาแอลพีจีคาดว่าจะสูงกว่าราคาวิกฤติตลอดทั้งปี
ด้านผู้ประกอบการรถโดยสาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไฟเขียวปล่อยให้มีการปรับขี้นราคาค่าโดยสาร โดย “นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์” นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย กล่าวว่า มาตรการที่รัฐเสนอช่วยชดเชยราคาน้ำมันดีเซลให้ผู้ประกอบการลิตรละ 2 บาท วันละ 50-60 ลิตรต่อคันนั้น ไม่สะท้อนความเป็นจริง เพราะปัจจุบันน้ำมันปรับขึ้นถึง 5 บาทต่อลิตร (จากราคา 27 บาท เป็น 32 บาท) และระยะทางรถสายยาววิ่งถึง 600-700 กิโลเมตร ใช้น้ำมันประมาณ 250 ลิตร ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระถึง 1,000 บาทต่อเที่ยววิ่ง (250 ลิตร X 5 บาท)
ดังนั้น รัฐควรนำมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเมื่อปี 2548 ที่ประกาศอัตราขั้นบันไดเป็นฐานในการกำหนดอัตราค่าโดยสาร โดยอิงจากราคาน้ำมันดีเซล ถ้าขึ้นสูงถึง 1.12 บาทต่อลิตร จะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารกิโลเมตรละ 1 สตางค์ ซึ่งผ่านการศึกษาวิเคราะห์มาอย่างรอบด้าน โดยได้ประกาศใช้ตามโครงสร้างดังกล่าวครั้งล่าสุดเมื่อ 22 เม.ย. 62 ถึงปัจจุบัน โดยอนุมัติให้ใช้อัตราค่าโดยสารกิโลเมตรละ 53 สตางค์ ซึ่งวันดังกล่าวราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 27.79 บาท
แต่หลังจากนั้นราคาน้ำมันดีเซลปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนถึง ณ ตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 31.94 บาท โดยผู้ประกอบการแบกรับภาระน้ำมันที่สูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการพยุงราคาน้ำมันดีเซลของกรมสรรพสามิตจะสิ้นสุดลงในวันที่ 20 พ.ค. 65 และมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันดีเซลมีโอกาสพุ่งทะยานถึงลิตรละ 44 บาท ซึ่งเมื่อเทียบเคียงกับอัตราโครงสร้างค่าโดยสารจากมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง จะต้องปรับอัตราค่าโดยสารขึ้นถึง 15 สตางค์ต่อกิโลเมตร จึงจะสะท้อนต้นทุนที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
ขณะที่ด้านสินค้าปากท้องก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงขึ้น อาทิ แผงหมูสดตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา พบราคาอาหารสดเริ่มปรับขึ้น โดยเฉพาะหมูสดวัตถุดิบหลักเริ่มปรับราคาขึ้นแล้ว ซึ่งพ่อค้าบอกว่า ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขยับจากสัปดาห์ที่แล้วจาก กก.ละ 104 บาท เป็น กก.ละ 110 บาท ส่งผลให้ราคาหมูชำแหละต้องปรับขึ้นตามไปด้วย โดยราคาหมูเนื้อแดงขาย กก.ละ 190 บาท ปรับขึ้นเป็น 230บาทต่อ กก. ,หมูสามชั้นปรับขึ้นจาก กก. ละ 190 บาท เป็น 230 บาท และยังมีการคาดการณ์อีกว่า ราคาเนื้อหมูชำแหละ อาจจะพุ่งทะลุ 260 บาทต่อกิโลกรัมอีกไม่นานนี้ หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารสัตว์ ยังไม่ลดราคา
ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เริ่มส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้น!!
รัฐบาลต้องฟันธงชัดเจนในการแก้ไขว่าจะเอาอย่างไร!?!
นิ่งเฉยปล่อยไปวันๆอาจเจ๊งได้!!!