อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันโลกพุ่ง 6.69% ดาวโจนส์ร่วง 316.56 จุด หวั่นเงินเฟ้อ-เฟดขึ้นดอกเบี้ย เช็กน้ำมันไทยวันนี้
วันที่ 11 ก.ย. 2569 ราคาพลังงานและตลาดการเงินโลกยังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งแรง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลงจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด โดยนักลงทุนจับตาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย
ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดการซื้อขายวันที่ 10 ก.ย. 2569 ด้วยแรงซื้ออย่างคึกคัก โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์ หรือ 6.34% ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2569 ขณะที่ทั้ง WTI และเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 2569 และการปรับตัวขึ้นดังกล่าวถือเป็นการพุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาน้ำมันคือความวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน หลังมีรายงานการโจมตีเรือสินค้าเพิ่มขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด โดยนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคอาจเพิ่มสูงขึ้น หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ
ขณะเดียวกัน การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญข้อจำกัด หลังเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างรุนแรงมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตลาดกังวลว่าเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกอาจได้รับผลกระทบ และอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวมากขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง หากการเดินเรือยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานและอาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
แรงกดดันจากราคาพลังงานยังส่งผลต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบทั้ง 3 ดัชนีในวันที่ 10 ก.ย. 2569 หลังนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,064.10 จุด ลดลง 316.56 จุด หรือ 0.60% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,591.70 จุด ลดลง 44.66 จุด หรือ 0.58% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,081.73 จุด ลดลง 171.62 จุด หรือ 0.65%
บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยตลาดยังจับตาการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้การผ่อนคลายนโยบายการเงินทำได้ยากขึ้น
สำหรับประเทศไทย ราคาน้ำมันประจำวันที่ 11 ก.ย. 2569 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลราคาขายปลีกในกรุงเทพมหานครจาก 4 ผู้ให้บริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ ยังคงมีราคาดังนี้
ปั๊มปตท. แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.03 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.84 บาทต่อลิตร และเบนซิน ราคา 48.08 บาทต่อลิตร
ปั๊มบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.03 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.84 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาทต่อลิตร
ปั๊มพีที ดีเซล ราคา 39.84 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 34.84 บาทต่อลิตร เบนซิน ราคา 48.58 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาทต่อลิตร
ส่วนปั๊มเชลล์ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.29 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.22 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.59 บาทต่อลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 39.84 บาทต่อลิตร เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 34.84 บาทต่อลิตร และเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ซึ่งมีการอัปเดตราคาน้ำมันเมื่อมีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาในเวลา 05.00 น. ของวันที่มีการประกาศปรับราคา โดยราคาที่แสดงเป็นราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาที่หน้าสถานีบริการอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน
ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)