น้ำมัน WTI 10/09/69 พุ่ง 6.69% หวั่นอุปทานตึงตัว หลังเรือสินค้าถูกโจมตี
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 6% ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. หลังนักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการโจมตีเรือสินค้าอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในภูมิภาค ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์ หรือ 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์ หรือ 6.34% ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์ต่างปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในครั้งนี้ยังถือเป็นการพุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน
ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาน้ำมันคือความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านอุปทาน หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าถูกโจมตีในระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ. ส่งผลให้นักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคอาจเพิ่มสูงขึ้น
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มขยายตัวเป็นวงกว้าง ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญข้อจำกัด หลังเกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอย่างรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความกังวลต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ยืดเยื้อและการเดินเรือยังคงถูกจำกัด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันในภูมิภาคและเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อไป