- โฆษณา -

ราคาน้ำมัน WTI 09/09/69 พุ่ง 3.25% ดอลลาร์ เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

เศรษฐกิจ10 ก.ย. 2569 • 06:54 น.
ราคาน้ำมัน WTI 09/09/69 พุ่ง 3.25% ดอลลาร์ เบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ-อิหร่านปะทะรอบใหม่

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งขึ้นแรงในวันพุธที่ 9 กันยายน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการค้าพลังงานโลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนตุลาคม ปิดที่ 96.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.02 ดอลลาร์ หรือ 3.25% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปิดที่ 101.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.29 ดอลลาร์ หรือ 3.36%

การปรับตัวขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ขณะที่ทั้งราคาน้ำมัน WTI และเบรนท์ต่างปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม

- โฆษณา -

ตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือ 10 ลำบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซในวันพุธ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ หลังกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ท่ามกลางสงครามที่เข้าสู่เดือนที่ 7 และสร้างแรงกดดันต่อตลาดพลังงาน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและทำให้อุปทานในตลาดโลกหยุดชะงัก

นอกจากนี้ ความกังวลยังเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน มีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 6 ลำ ลดลงจาก 9 ลำในวันก่อนหน้า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 12 ลำต่อวัน

การลดลงของจำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนถึงความวิตกของผู้ประกอบการเดินเรือต่อความปลอดภัยในพื้นที่ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดน้ำมันจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานอย่างใกล้ชิด

นักลงทุนจึงยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หากการสู้รบยังคงรุนแรงและกระทบต่อการขนส่งน้ำมันอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบและส่งผลต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลกในระยะต่อไป