น้ำมัน WTI 08/09/69 พุ่ง 1.7% ปิด 93.03 ดอลลาร์ หลังฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานซาอุฯ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคารที่ 8 กันยายน หลังตลาดวิตกกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน สะท้อนแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตี 4 เมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียในวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 ราย และเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานน้ำมันหลายแห่ง ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งอาจลุกลามไปยังพื้นที่ผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก
นักลงทุนจึงจับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอาจส่งผลโดยตรงต่อการผลิต การขนส่ง และการส่งออกน้ำมันดิบ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะอุปทานตึงตัวและผลักดันราคาน้ำมันในตลาดโลกให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในเชิงเทคนิค ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์อยู่ในภาวะที่มีแรงซื้อมากเกินไป หรือภาวะซื้อมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อการพักฐานในระยะสั้น หากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคา