ดาวโจนส์ 08/09/69 ร่วง 628.18 จุด จุด น้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางตึงเครียด นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงกว่า 600 จุดในวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น และกระทบต่อทิศทางการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด
ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาเปิดซื้อขายหลังวันหยุดยาว โดยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็นปัจจัยสำคัญกดดันบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลก
แรงกดดันจากราคาน้ำมันยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เนื่องจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกันยายน โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค
สำหรับการปิดตลาดวันที่ 8 กันยายน 2569 ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ 1.18% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ 0.58% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ 0.32%
บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้การถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นมีความน่าสนใจลดลง ขณะที่ตลาดยังคงประเมินความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยของเฟดจากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่จะทยอยเปิดเผยออกมา
ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาด 8 กันยายน 2569
ดาวโจนส์ ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ 1.18%
เอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ 0.58%
แนสแด็ก ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ 0.32%
โดยรวม นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางตลาดหุ้นและนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป.