“วราวุธ” ลั่นล้างบางกากอุตสาหกรรมเถื่อน งัดกฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ เพิ่มโทษสูงสุดถึงคุกตลอดชีวิต
"กระทรวงอุตสาหกรรม" ยกระดับปราบปรามขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC และปราจีนบุรี สนธิกำลัง DSI และ ปปง. งัดกฎหมายฟอกเงินตามยึดทรัพย์ บังคับใช้ E-Manifest และ GPS เรียลไทม์ พร้อมดันหลัก End-of-Waste แก้ปัญหายั่งยืน
เมื่อเวลา 08.48 น. วันที 8 ก.ย.69 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการยกระดับมาตรการปราบปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี หลังตรวจพบพฤติการณ์การกระทำผิดในลักษณะเครือข่าย ซึ่งส่งผลกระทบเรื้อรังต่อสุขอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยย้ำว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดและใช้อำนาจตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) เปลี่ยนจากการทำงานเชิงรับมาเป็นการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก สนธิกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.), กรมควบคุมมลพิษ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปูพรมตรวจเข้มโรงงานกลุ่มเสี่ยง โกดังเช่า และพื้นที่ร้าง หากพบความผิดจะลงโทษด้วยอัตราโทษสูงสุดทันที
นายวราวุธ กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงฯ จะครอบคลุมทั้งการสั่งหยุดประกอบกิจการ สั่งปรับปรุงแก้ไข หรือปิดโรงงาน พร้อมดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายเต็มจำนวนในการบำบัดและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตามหลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" (Polluter Pays Principle) นอกจากนี้ กรอ. อยู่ระหว่างการเร่งปรับปรุงกฎหมายโรงงานเพื่อเพิ่มบทลงโทษทางอาญาและปรับอัตราโทษปรับให้สูงขึ้น ไม่ให้ผู้ประกอบการมองว่าการทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องคุ้มค่าที่จะเสี่ยง
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรม ได้จับมือกับกรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ผลักดันให้การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม การฝ่าฝืนกฎหมายโรงงาน และกฎหมายวัตถุอันตราย จัดเป็น ความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน อายัดทรัพย์สิน และตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิดได้อย่างถอนรากถอนโคน
ในส่วนของการกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี กรอ. ได้ บังคับใช้ระบบ E-Manifest ควบคู่กับระบบติดตาม GPS แบบเรียลไทม์กับรถขนส่งกากอุตสาหกรรมทุกคัน และกำลังพัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติทันทีเมื่อพบรถขนส่งออกนอกเส้นทางหรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดการลักลอบทิ้งระหว่างทางตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว กระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเปลี่ยนมุมมองจาก "ขยะ" ให้กลายเป็น "ทรัพยากร" ผ่านกรอบหลักเกณฑ์การสิ้นสุดความเป็นของเสีย (End-of-Waste) เพื่อผลักดันกากอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่ระบบในฐานะวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เปิด ศูนย์รับแจ้งเหตุและเบาะแสการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1564 พร้อมดึงภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนคู่กับการปกป้องสิ่งแวดล้อม
#วราวุธ #กากอุตสาหกรรม #กากอุตสาหกรรมเถื่อน #ทิ้งกากอุตสาหกรรม #ฟอกเงิน #ยึดทรัพย์ #สิ่งแวดล้อม #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #ปราบปราม #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline