- โฆษณา -

วิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 08/09/69

เศรษฐกิจ8 ก.ย. 2569 • 07:17 น.
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันดิบก่อนเปิดตลาด 08/09/69

แนวโน้มราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นและมีโอกาสผันผวนสูง หลังตลาดได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กลับมารุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความกังวลว่าการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและข้อจำกัดด้านการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบล่าสุดปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดย WTI ปิดวันที่ 7 ก.ย.ที่ 92.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์ปิดที่ 97.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 91.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 18 เซนต์ หรือ 0.2% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพ.ย. ปิดที่ 96.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 76 เซนต์ หรือ 0.8% โดยตลอดสัปดาห์ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 10% ส่วนเบรนท์เพิ่มขึ้น 7.6% สะท้อนการเร่งตัวของความเสี่ยงด้านอุปทานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในวันที่ 8 ก.ย. คือ สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีความสำคัญต่อโลกอย่างมาก โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบลดลงอย่างมาก ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มข้อจำกัดต่อเรือที่เดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มค่าพรีเมียมความเสี่ยงให้กับราคาน้ำมัน และหากสถานการณ์ขยายวงจนกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางมากขึ้น ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

- โฆษณา -

นอกจากนี้ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงกลั่นในภูมิภาคยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาน้ำมัน โดยมีรายงานการโจมตีโรงกลั่นของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ตลาดยังเผชิญความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรองและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ซึ่งราคาขายปลีกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5.85 ดอลลาร์ต่อแกลลอน

ทิศทางระยะสั้นจึงยังมีน้ำหนักเป็นบวก โดยระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของเบรนท์กลับมาเป็นเป้าหมายสำคัญของตลาด หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักเป็นวงกว้าง ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่าราคามีความเสี่ยงปรับขึ้นไปถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากปัญหาด้านการขนส่งขยายตัวอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านอุปสงค์ยังเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของราคา เพราะราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนการกู้ยืม และต้นทุนภาคธุรกิจทั่วโลก หากราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

ก่อนเปิดตลาดวันที่ 8 ก.ย. 2569 ตลาดน้ำมันยังมีแนวโน้ม “ขาขึ้นแต่ผันผวนสูง” โดยมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่ WTI มีโอกาสทดสอบเหนือ 93 ดอลลาร์ และเบรนท์มีโอกาสขยับเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากมีข่าวการโจมตีเพิ่มเติมหรือการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมัน แต่หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็มีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็วเช่นกัน.