- โฆษณา -

วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 08/09/69 นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด

เศรษฐกิจ8 ก.ย. 2569 • 07:04 น.
วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 08/09/69 นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด

ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดการซื้อขายวันที่ 8 ก.ย. 2569 ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุน หลังดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตลาดปรับตัวลดลงในการซื้อขายครั้งล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย. โดยตลาดยังคงให้น้ำหนักกับข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดในการประชุมเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 4 ก.ย. ที่ 53,414.25 จุด ลดลง 271.86 จุด หรือ 0.51% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,718.60 จุด ลดลง 29.11 จุด หรือ 0.38% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,506.99 จุด ลดลง 77.07 จุด หรือ 0.29%

แรงขายเกิดขึ้นในวงกว้าง เนื่องจากนักลงทุนปรับลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. เนื่องในวันแรงงาน ส่งผลให้การซื้อขายในวันที่ 8 ก.ย. เป็นการกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งหลังหยุดทำการ 1 วัน

- โฆษณา -

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบและแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ขณะที่ปัจจัยด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุนคือรายงานการจ้างงานเดือนส.ค.จากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่งในเดือนดังกล่าว สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 56,000 ตำแหน่งเกือบ 3 เท่า นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในเดือนมิ.ย.และก.ค.ยังถูกปรับเพิ่มขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1% ทำให้ภาพรวมตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ตลาดจะเผชิญความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น

แม้ข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดจะสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่สำหรับตลาดหุ้นกลับถูกตีความในอีกด้าน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวอาจเปิดทางให้เฟดดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หากประเมินว่าตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่งอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่

นักลงทุนจึงเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายหลังการประชุมในเดือนนี้ โดยเฉพาะในกรณีที่แรงกดดันด้านราคาพลังงานซึ่งเกิดจากสถานการณ์สงครามขยายวงกว้างและส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจ จนอาจทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นและฝังรากลึกมากกว่าเดิม

สำหรับการซื้อขายวันที่ 8 ก.ย. ตลาดจึงมีแนวโน้มเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยนักลงทุนจะติดตามสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ขณะที่การปรับตัวของหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดทิศทางตลาด

โดยภาพรวม ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังอยู่ในช่วงที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีความแข็งแกร่ง กับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจดังกล่าวอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและตลาดการเงินในระยะต่อไป